ไขมันทรานส์ (Trans fats) – ที่พบได้คืออาหารที่ไม่มีไขมันทรานส์

ผู้เขียน Dr. Wikanda Rattanaphan
0
ไขมันทรานส์

ไขมันทรานส์คือ อะไร 

เราอาจจะได้ยินคำว่า ไขมันทรานส์ หรือ กรดไขมันทรานส์ กันมามากแล้ว แต่คุณทราบ หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วไขมันทรานส์คืออะไร ไขมันทรานส์ (Trans Fat) คือ กรดไขมันอิ่มตัวจากพืชที่ถูกเติมไฮโดรเจนเข้าไป ซึ่งทำให้น้ำมันกลายเป็นไขได้ที่อุณหภูมิห้อง กระบวนการนี้เรียกว่ากระบวนการ ไฮโดรจีเนชั่น (Hydrogenation) ไขมันทรานส์ยังสามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่มาจากสัตว์เคี้ยวเอื้อง เช่น นม เนย ชีส เนื้อสัตว์ต่าง ๆการบริโภคไขมันทรานส์ทำให้ระดับของคอเรสเตอรอลชนิดไม่ดีในเลือดให้เพิ่มสูงขึ้น การมีระดับของคอเรสเตอรอลชนิดไม่ดีในเลือดสูงจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น 

อาหารที่มีไขมันทรานส์

ไขมันทรานส์มักถูกพบมากในอาหารประเภททอด ขนมเบเกอร์รี่ต่าง ๆ ที่ใช้ครีมเทียม หรือเนยแข็ง รวมไปถึงอาหารที่มีความมัน  ปัจจุบันอาหารฟ้าดฟู้ดได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ด้วยข้อดีที่ง่ายต่อการรับประทาน และรวดเร็ว เหมาะแก่การใช้ชีวิตที่เร่งรีบของคนยุคใหม่ แต่อาหารเหล่านั้นก็มีข้อเสียเช่นกัน 

อาหารประเภทต่าง ๆ ที่มีไขมันทรานส์สูง ได้แก่

1. อาหารทอด อาหารทอดที่พบได้ทั่วไป เช่น เฟรนซ์ฟราย ไก่ทอด ฟิชสติ้ก ปาท่องโก๋ อาจมีไขมันทรานส์อยู่ ขึ้นอยู่กับประเภทของน้ำมันที่ผู้ขายใช้  2. มาการีน มาการีน หรือ เนยเทียม ที่ทำมาจากไขมันพืช และมีส่วนประกอบของไขมันทรานส์อยู่ มาการีนถูกใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เบเกอร์รี่ และขนมต่าง ๆ  3. ครีมเทียมที่ใส่กาแฟ การดื่มกาแฟอาจมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ครีมเทียมที่เราใช้ใส่กาแฟบางยี่ห้ออาจมีไขมันทรานส์แฝงอยู่ ดังนั้น เราจึงควรอ่านส่วนประกอบของครีมเทียมก่อนที่จะซื้อ  4. เนื้อ และผลิตภัณฑ์นม ไขมันทรานส์ถูกพบเล็กน้อยในเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์นมตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังต้องวิจัยในเรื่องนี้ต่อไปว่าไขมันทรานส์ในเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์นมว่ามีอันตรายต่อร่างกาย หรือไม่ ดังนั้น การรับประทานเนื้อที่ปราศจากไขมัน และนมที่มีไขมันต่ำจึงเป็นทางเลือกที่ดี 

Trans Fat

อาหารที่ไม่มีไขมันทรานส์

นอกจากการหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันทรานส์แล้ว เรายังสามารถเลือกรับประทานอาหารที่ปราศจากไขมันทรานส์ได้ ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลายชนิด  1.น้ำมันจากธรรมชาติ เลือกรับประทานน้ำมันจากธรรมชาติมากกว่าน้ำมันที่มีการเติมแต่ง เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันข้าวโพด น้ำมันคาโนล่า เป็นต้น  2.เนื้อที่ทำมาจากพืช การรับประทานมังสาวิรัติ 1 ครั้งต่อสัปดาห์สามารถช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการได้รับไขมันทรานส์ได้ ปัจจุบันได้มีการผลิตเนื้อที่ทำจากพืช เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ออกมามากมาย และพวกมันก็มีรสชาติคล้ายกับเนื้อจริง ๆ  3.ผลิตภัณฑ์นมที่มาจากพืช การเลือกดื่มนมที่มาจากพืช เช่น นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ ก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะหลีกเลี่ยงการได้รับไขมันทรานส์  4.อาหารที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวและโอเมก้า 3  นอกจากการเลือกรับประทานอาหารที่ไม่มีไขมันทรานส์แล้ว การเลือกรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว และโอเมก้า 3 ในปริมาณที่พอเหมาะ ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย อาหารเหล่านั้น ได้แก่ ไข่ ปลาทะเลน้ำลึก ถั่ว น้ำมันคาโนล่า น้ำมันรำข้าว เป็นต้นไขมันที่เรารับประทานเข้าไปส่วนมากควรเป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันจากถั่วต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3  ซึ่งจะไปช่วยลดระดับคอเรสเตอรอลที่ไม่ดีในเลือดได้ 

ไขมันทรานส์และความเสี่ยงของโรค

การบริโภคไขมันทรานส์มีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของปัญหาสุขภาพหลายประการ โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจ ต่อไปนี้คือความเสี่ยงบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคไขมันทรานส์: ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคหัวใจ: 
  • ไขมันทรานส์แสดงให้เห็นว่าช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดไลโปโปรตีนความหนาแน่นต่ำ (LDL หรือ “ไม่ดี”) ในขณะเดียวกันก็ลดระดับของไลโปโปรตีนชนิดความหนาแน่นสูง (HDL หรือคอเลสเตอรอล “ดี”) ไปพร้อมๆ กัน โปรไฟล์ไขมันที่ไม่เอื้ออำนวยนี้มีความสัมพันธ์อย่างมากกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคหลอดเลือดหัวใจ
โรคหลอดเลือดและการก่อตัวของคราบจุลินทรีย์ในหลอดเลือด: 
  • ไขมันทรานส์ไม่เพียงแต่ทำให้คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีส่วนทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ซึ่งเป็นภาวะที่หลอดเลือดแดงตีบตันและแข็งตัวเนื่องจากการสะสมของคราบจุลินทรีย์ สิ่งนี้สามารถขัดขวางการไหลเวียนของเลือดและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง
การอักเสบ: 
  • ไขมันทรานส์อาจส่งเสริมการอักเสบภายในร่างกายซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาโรคเรื้อรังต่างๆ รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ การอักเสบเรื้อรังสามารถส่งผลต่อการลุกลามของหลอดเลือดและภาวะการอักเสบอื่นๆ
การดื้อต่ออินซูลินและความเสี่ยงโรคเบาหวาน: 
  • มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าไขมันทรานส์อาจมีส่วนทำให้เกิดการดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นภาวะที่เซลล์ไม่ตอบสนองต่ออินซูลินอย่างมีประสิทธิภาพ การดื้อต่ออินซูลินเป็นปูชนียบุคคลของโรคเบาหวานประเภท 2 และการบริโภคไขมันทรานส์เชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการเป็นโรคเบาหวาน
ผลเสียต่อการเผาผลาญไขมัน: 
  • ไขมันทรานส์รบกวนการเผาผลาญกรดไขมันที่จำเป็นและขัดขวางการทำงานปกติของเยื่อหุ้มเซลล์ การหยุดชะงักเหล่านี้อาจมีผลกระทบในวงกว้างต่อสุขภาพโดยรวมและการทำงานของเซลล์
ผลกระทบเชิงลบต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์: 
  • สตรีมีครรภ์ที่รับประทานอาหารที่มีไขมันทรานส์สูงอาจทำให้ทารกในครรภ์มีความเสี่ยงต่อสุขภาพที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของปัญหาหัวใจและหลอดเลือดในลูกหลาน
เพื่อส่งเสริมสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดและความเป็นอยู่โดยรวม แนะนำให้จำกัดการบริโภคไขมันทรานส์และเลือกไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ไขมันไม่อิ่มตัวที่พบในน้ำมันมะกอก อะโวคาโด ถั่ว และปลาที่มีไขมันสูง เช่นเดียวกับความกังวลด้านอาหาร บุคคลควรปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะบุคคลโดยพิจารณาจากสถานะสุขภาพและความต้องการด้านอาหารของพวกเขา
แจ้งให้ทราบ
guest
0 ความคิดเห็น
การตอบรับแบบอินไลน์
ดูความคิดเห็นทั้งหมด