ประโยชน์ของควินัว (Benefits of Quinoa)  

ผู้เขียน Dr. Sommai Kanchana
0
ประโยชน์ของควินัว

ควินัวคืออะไร

ควินัว (Quinoa) เป็นหนึ่งในอาหารเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ควินัวเป็นหนึ่งในอาหารจากพืชไม่กี่ชนิดที่ปราศจากกลูเตน มีโปรตีนสูง และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นทั้ง 9 ชนิดในปริมาณที่เพียงพอ  นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์ แมกนีเซียม วิตามินบี ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์สูง  นี่คือประโยชน์ของควินัวที่มีผลดีต่อสุขภาพ 11 ประการ

1. ควินัวมีคุณค่าทางโภชนาการสูง 

ควินัว เป็น ธัญพืช ที่ปลูกเพื่อกินเมล็ดที่ได้ ออกเสียงว่า KEEN-Wah  ในทางเทคนิคแล้วควินัวไม่ใช่ธัญพืชเต็มเมล็ด กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือเวลาเรารับประทานเมล็ดควินัว ต้องเอาเมล็ดออกมาก่อนแล้วจึงรับประทานเหมือนกับเมล็ดธัญพืชทั่วไป   ควินัวเป็นพืชที่สำคัญมากสำหรับชาวอินคา พวกเขาเรียกควินัวว่า “มารดาของธัญพืช” และเชื่อว่าเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวกับการสักการะบูชาทางศาสนา  พบว่ามีการรับประทานควินัวในทวีปอเมริกาใต้กันมาหลายพันปีแล้ว ขณะนี้ควินัวเป็นอาหารที่ได้รับความนิยม และได้กลายเป็นอาหารยอดนิยมไปแล้ว  ทุกวันนี้คุณสามารถพบควินัวและผลิตภัณฑ์ควินัวได้ทั่วโลก โดยเฉพาะในร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพ และร้านอาหารที่เน้นอาหารที่มาจากธรรมชาติ  ควินัวมี 3 ชนิดหลักๆ คือ: สีขาว สีแดง และสีดำ  นี่คือปริมาณสารอาหารในควินัวปรุงสุก 1 ถ้วย (185 กรัม)  
  • โปรตีน: 8 กรัม.
  • ไฟเบอร์: 5 กรัม
  • แมงกานีส: 58% ของปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้แต่ละคนได้รับในแต่ละวัน (RDA) 
  • แมกนีเซียม: 30% ของ RDA
  • ฟอสฟอรัส: 28% ของ RDA 
  • โฟเลต: 19% ของ RDA
  • ทองแดง: 18% ของ RDA
  • เหล็ก: 15% ของ RDA  
  • สังกะสี: 13% ของ RDA
  • โพแทสเซียม 9% ของ RDA 
  • วิตามิน B1, B2 และ B6 มากกว่า 10% ของ RDA  
  • แคลเซียมบี 3 (ไนอาซิน) และวิตามินอีในปริมาณเล็กน้อย 
ควินัวในปริมาณ 180 กรัมดังที่กล่าวมานี้ ให้พลังงาน 222 แคลอรี่ โดยมี คาร์โบไฮเดรต 39 กรัมและไขมัน 4 กรัม นอกจากนี้ยังมี กรดไขมัน Omega-3  ในปริมาณเล็กน้อย  ควินัว ปราศจากกลูเตนแต่ไม่ใช่พืชตัดต่อพันธุกรรม และมักปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ แม้ว่าในทางเทคนิคแล้วควินัวจะไม่ใช่ธัญพืช แต่ก็สามารถนับว่าเป็นธัญพืชชนิดหนึ่งได้เช่นกัน  นักวิทยาศาสตร์ของ NASA ให้ความเห็นว่าควินัวเป็นพืชที่เหมาะสมที่จะปลูกในอวกาศเนื่องจากโดยพื้นฐานแล้วเป็นพืชที่มีปรุงเป็นอาการง่าย มีปริมาณสารอาหารสูง และง่ายต่อการปลูก  

2. ประกอบด้วยสารสกัดจากพืช Quercetin และ Kaempferol 

ในความเป็นจริงแล้วควินัวมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพนอกเหนือจากวิตามินและแร่ธาตุที่คุณอาจคุ้นเคย ควินัวมีสารอาหารมีหลายพันชนิด ซึ่งบางชนิดมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก ได้แก่สารต้านอนุมูลอิสระจากพืชที่เรียกว่าสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก  จากการศึกษาพบว่ามีสารฟลาโวนอยด์ 2 ชนิดนี้เป็นสารที่พบในควินัวในปริมาณสูง โดยการศึกษาค้นพบว่าสารฟลาโวนอยด์ดังกล่าวที่พบคือสาร Quercetin และ Kaempferol   ข้อเท็จจริงพบว่ามีปริมาณสาร Quercetin พบในควินัวนั้นสูงกว่าอาหารทั่วไป โดยอาหารที่พบสาร Quercetin สูง ได้แก่ แครนเบอร์รี่    การศึกษาในสัตว์ทดลองแสดงพบว่าสารโมเลกุลที่สำคัญเหล่านี้มีฤทธิ์ ต้านการอักเสบ ต้านไวรัส ต้านมะเร็ง และต้านอาการซึมเศร้า   ดังนั้นการผสมควินัวลงไปในอาหารของคุณจะทำให้คุณได้รับสารอาหารที่สำคัญเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น 

3. เมล็ดควินัวมีไฟเบอร์สูงกว่าธัญพืชชนิดอื่น

ประโยชน์ที่สำคัญอีกอย่างของควินัวคือ มีเส้นใยไฟเบอร์สูง จากการศึกษาควินัว 4 สายพันธุ์ในงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าทุกๆ 100 กรัมของควินัวมีเส้นใยตั้งแต่ 10-16 กรัม  ซึ่งเท่ากับ 17–27 กรัมต่อถ้วยซึ่งถือว่าสูงมาก (สูงเป็น 2 เท่าของธัญพืชส่วนใหญ่) ควินัวต้มมีเส้นใยน้อยลงกกรัมต่อกรัมเพราะดูดซับน้ำไว้มาก  น่าเสียดายที่ไฟเบอร์ส่วนใหญ่ไม่ละลายน้ำ ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเหมือนไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้  โดยปริมาณไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ในควินัวมีประมาณ 2.5 กรัมต่อถ้วยหรือ 1.5 กรัมต่อ 100 กรัม ซึ่งยังถือว่าค่อนข้างดี  การศึกษาวิจัยจำนวนมากพบว่า เส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอล ทำให้รู้สึกอิ่มนานและช่วยลดน้ำหนักได้  

4. อาหารที่ปราศจากกลูเตนเหมาะกับผู้ที่แพ้กลูเตน 

จากการสำรวจในปี 2013 พบว่าประมาณ 1 ใน 3 ของผู้คนในสหรัฐอเมริกาพยายามลดหรือหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีส่วนผสมของกลูเตน  อาหารที่ปราศจากกลูเตนเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพก็ต่อเมื่อที่อาหารนั้นมีพื้นฐานที่ปราศจากกลูเตนตามธรรมชาติ ดังนั้นผู้ที่มีอาการแพ้กลูเตนจึงควรรับประทานอาหารที่ปราศจากกลูเตนหรือทำจากแป้งที่ผ่านการขัดสี  เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีคุณค่าทางอาหารมากกว่าอาหารที่มีกลูเตน ยกเว้นอาหารขยะที่ปราศจากกลูเตนก็ยังคงเป็นอาหารขยะอยู่ นักวิจัยหลายคนมองว่า ควินัวเป็นส่วนประกอบที่เหมาะสมใน สำหรับอาหารที่ปราศจากกลูเตน เพื่อให้ผู้ที่แพ้กลูเตนไม่ต้องขาดแคลนหรืองดเว้นสารอาหารหลัก เช่น ขนมปังและพาสต้า การศึกษาพบว่าการใช้ควินัวแทนส่วนผสมที่ปราศจากกลูเตนทั่วไป เช่น มันสำปะหลัง มันฝรั่ง ข้าวโพด และแป้งข้าวเจ้า สามารถเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระในอาหารของคุณได้อย่างมาก   

5. อุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วน และมีโปรตีนสูงมาก 

โปรตีนสร้างจากกรดอะมิโน 9 ชนิดที่เรียกว่า กรดอะมิโนจำเป็น แต่ร่างกายของคุณไม่สามารถสร้างกรดอะมิโนขึ้นเองได้ ดังนั้นจำเป็นต้องได้รับจากอาหาร   หากอาหารมีกรดอะมิโนที่จำเป็น ทั้ง 9 ชนิด จะเรียกว่าเป็นอาหารที่มีโปรตีนที่สมบูรณ์  ปัญหาที่พบคือ อาหารจากพืชหลายอย่างขาดกรดอะมิโนที่จำเป็นบางชนิด เช่น ไลซีน  อย่างไรก็ตาม ควินัวถือเป็นข้อยกเว้น เนื่องจากมีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วน ในปริมาณที่เพียงพอด้วยเหตุนี้จึงถือว่าควินัวเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม อีกทั้งมีโปรตีนมากกว่าธัญพืชส่วนใหญ่   ด้วยโปรตีนที่มีคุณภาพดี 8 กรัมต่อถ้วย (185 กรัม) ควินัวจึงเป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้รับประทานประเภทอาหารมังสวิรัตและวีแกน  

6. มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำซึ่งเป็นผลดีต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด 

ดัชนีน้ำตาลเป็นตัวชี้วัดว่าอาหารของคุณเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้เร็วเพียงใด  การรับประทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลในเลือดสูงสามารถกระตุ้นความหิวและทำให้อ้วนได้   นอกจากนี้อาหารที่มีน้ำตาลสูงยังเกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรังที่พบบ่อยในผู้ที่อยู่อาศัยในประเทศตะวันตก เช่น โรคเบาหวานประเภทที่ 2 และโรคหัวใจ  สำหรับควินัวมีค่าดัชนีน้ำตาลอยู่ที่ 53 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำ   อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือ ควรทราบว่าควินัวมีคาร์โบไฮเดรตค่อนข้างสูง ดังนั้นการทานควินัวจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด หากคุณกำลังมองหาอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ 

7. ควินัวมีแร่ธาตุที่สำคัญ เช่น เหล็ก และแมกนีเซียมสูง

หลายคนอาจได้รับสารอาหารสำคัญบางชนิดไม่เพียงพอ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งแร่ธาตุบางชนิด เช่น แมกนีเซียม โพแทสเซียม สังกะสีและเหล็ก ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่สำคัญสำหรับผู้หญิง ควินัวมีแร่ธาตุทั้ง 4 ชนิดในปริมาณที่สูงมาก โดยเฉพาะแมกนีเซียม ควินัวหนึ่งถ้วย (185 กรัม) มีสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคประมาณ 30%  อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาจากการทานควินัว เนื่องจากมีสารที่เรียกว่า กรดไฟติก เป็นสารที่สามารถจับแร่ธาตุเหล่านี้และลดการดูดซึมได้   การแช่ควินัวก่อนนำไปปรุงอาหาร สามารถลดปริมาณกรดไฟติกและทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมแร่ธาตุเหล่านี้ได้มากขึ้น นอกจากนี้ควินัวยังมีออกซาเลตค่อนข้างสูง ซึ่งช่วยลดการดูดซึมแคลเซียมและอาจทำให้เกิดปัญหากับผู้ที่เป็นนิ่วมาก่อนและทำให้เกิดนิ่วซ้ำได้ Benefits of Quinoa

8. เร่งการเผาผลาญอาหารและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ 

เนื่องจากควินัวมีปริมาณสารอาหารที่เป็นประโยชน์สูง จึงเหมาะกับการนำมาปรุงอาหารเพื่อสุขภาพและปรับปรุงระบบการเผาผลาญของร่างกาย จนถึงปัจจุบันมีการศึกษาทดลองในมนุษย์และหนูตามลำดับ โดยเป็นการตรวจสอบประสิทธิภาพของการทานควินัวเกี่ยวกับระบบเผาผลาญ จากการวิจัยพบว่าการทานควินัวแทนขนมปังและพาสต้าที่ปราศจากกลูเตน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดอินซูลินและไตรกลีเซอไรด์ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมต่อไป เพื่อให้ค้นหาประสิทธิภาพและผลข้างเคียงของการทานควินัวต่อไป

9. อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก 

ควินัคมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ซึ่งเป็นสารที่สำคัญในกระบวนการต้านอนุมูลอิสระและเชื่อว่าช่วยชะลอวัยและการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ งานวิจัยชิ้นหนึ่งได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับระดับสารต้านอนุมูลอิสระในธัญพืช 5 ชนิด ได้แก่ซีเรียล 3 ชนิดและพืชตระกูลถั่ว 2 ชนิด จากผลการศึกษาพบว่าควินัวมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดในบรรดาอาหารทั้ง 5 ชนิดที่กล่าวมา 

10. อาจช่วยคุณลดน้ำหนัก 

ในการลดน้ำหนักคุณต้องรับแคลอรี่เข้าสู่ร่างกายน้อยกว่าที่คุณเผาผลาญออกไป   คุณสมบัติของอาหารบางอย่างสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ โดยกระตุ้นการเผาผลาญสาร อาหารหรือลดความอยากอาหาร ที่น่าสนใจคือ ควินัว มีคุณสมบัติดังกล่าวอยู่หลายประการ     ได้แก่มีโปรตีนสูง ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยให้การเผาผลาญของร่างกายดีขึ้นและลดความอยากอาหารได้ดีมาก  นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์ในปริมาณสูงช่วยทำให้อิ่มนานขึ้นและทำให้ร่างกายได้รับแคลอรี่น้อยลง  ความจริงที่ว่าควินัวมีดัชนีน้ำตาลต่ำเป็นคุณสมบัติอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ เนื่องจากการเลือกอาหารดังกล่าวเกี่ยวข้องกับปริมาณแคลอรี่ที่ลดลง   แม้ว่าในปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับผลของควินัวต่อน้ำหนักตัว แต่การนำควินัวมาเป็นส่วนประกอบของอาหารก็ดูเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายและไม่ซับซ้อน 

11. นำมาทานกับอาหารของได้คุณง่าย 

แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องของประโยชน์ต่อสุขภาพโดยตรง ในความเป็นจริงแล้ว ควินัวสามารถนำมาปรุงร่วมกับอาหารทั่วไปได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ควินัวยังทำให้อาหารอร่อยขึ้นและเข้ากันได้ดีกับอาหารหลายชนิด  สิ่งที่สำคัญคือควรล้างคิวนัวให้ด้วยน้ำให้สะอาดก่อนนำไปปรุงอาหาร เพื่อกำจัดสารซาโปนิน ที่พบได้ที่ชั้นนอกของควินัว ซึ่งเป็นสารที่ทำให้มีรสขม  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของควินัวแต่ละชนิดอีกด้วย  อย่างไรก็ตามควินัวบางยี่ห้อได้ทำการล้างไปแล้ว ทำให้ขั้นตอนนี้ไม่มีความจำเป็นต้องทำซ้ำอีก  คุณสามารถซื้อควินัวได้ตามร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพส่วนใหญ่และในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง วิธีหุงควินัวและรับประทานได้ในเวลาเพียง 15-20 นาที
  • เติมน้ำ 2 ถ้วย (240 มล.) ลงในหม้อ ตั้งไฟ 
  • เติมควินัวดิบ 1 ถ้วยตวง (170 กรัม) พร้อม เกลือ เล็กน้อย
  • ต้มประมาณ 15-20 นาที
  • รับประทานให้อร่อย

ควินัวประเภทต่าง ๆ มีอะไรบ้าง?

ควีนัวนั้นมีสายพันธุ์มากกว่า 120 สายพันธุ์ โดยสีของควีนัวที่พบมากที่สุดตามท้องตลาดก็คือสีขาว สีแดง และสีดำ สิ่งที่น่าสนใจคือวีนัวทั้ง 3 ประเภทนี้มีรสชาติที่แตกต่างกัน แม้ว่าควินัวสีขาวจะมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มหลังปรุง แต่ควินัวสีแดงและสีดำเป็นที่รู้กันว่ามันจะคงรูปร่างและสีไว้ชัดเจนกว่าหลังปรุงเสร็จ ควินัวสีแดงมีรสชาติที่อร่อยกว่าสีอื่นๆและมีเนื้อสัมผัสมากกว่า ในขณะที่ควินัวสีดำมีรสชาติค่อนข้างกรุบกรอบและหวานกว่าควินัวสีแดงหรือสีขาวเล็กน้อย หลังจากที่มีความนิยมในการรับประทานควีนัวสูงขึ้นในปี 2014 หลังจากนั้นคีนัวก็ถูกนำมาจัดจำหน่ายในรูปแบบเมล็ดตามธรรมชาติเป็นหลัก และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ได้มีการดัดแปลงผลิตภัณฑ์อื่นๆจากควีนัวได้หลากหลายรูปแบบ เช่น แป้งควีนัวเพื่อใช้ในการทำเบเกอรี่ ควีนัวแบบเกล็ด ที่ถูกทำให้เป็นเกร็ดเล็กๆบางใสเพื่อทำให้สุกได้ง่ายขึ้น 

การรับประทานควีนัวนั้นดีกว่าการรับประทานข้าวจริงหรือไม่

ควีนัวนั้นมีข้อมูลทางโภชนาการที่แตกต่างจากข้าว แล้วอันไหนที่ดีต่อสุขภาพของคุณมากกว่ากัน ควีนัวมีเส้นใยและโปรตีนมากกว่า และยังเป็นโปรตีนที่สมบูรณ์อีกด้วย ดังนั้นถ้าเทียบกันตัวต่อตัว ควีนัวถือเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า นอกจากนั้นควีนัวยังถือเป็นธัญพืชที่ไม่ขัดสีและปราศจากกลูเคน ปลอดภัยสำหรับผู้ที่เป็นโรคซิลิแอค ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายของคุณไม่สามารถทนต่อกลูเตนได้ การศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่าร้อยละ 44 ของผู้เป็นโรคซิลิแอค ที่รับประทานข้าวเป็นหลัก และได้เปลี่ยนมารับประทานควีนัวแทน มีการพบว่าร่างกายได้รับสารอาหารเพิ่มขึ้นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรตีน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 11 กรัมเป็น 20.6 กรัม 

ควินัวข้อเสียมีอะไรบ้าง 

การทานควินัวปริมาณเกินปกติ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการที่ได้รับสารที่เส้นใยสูงได้แก่ เกิดแก๊ส ท้องอืดหรือท้องเสีย เป็นต้น ทั้งนี้ข้อเสียส่วนใหญ่ที่พบจากการทานควินัวได้แก่อาการระคายเคืองทางเดินอาหารได้เล็กน้อยและอาจทำให้การดูดซึมแร่ธาตุบางอย่าง เช่น ธาตุเหล็ก และ สังกะสีลดลงได้ อย่างไรก็ตาม ควินัวที่นำมาขายทั่วไปมักผ่านกระบวนการ เพื่อนำสารดังกล่าวออกไปบางส่วนแล้ว รวมถึงการล้างหรือซาวและขัดควินัว ก่อนนำมาปรุงอาหารก็ช่วยให้สารดังกล่าวลดลงได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังทำให้มีการระคายเคืองจากสารสปอนนิน ทำให้รู้สึกมีรสขมและอาจทำลายลำไส้เล็กได้ การทานควินัวมากเกินไปสามารถทำให้เกิดโรคเซลิแอคได้เช่นกัน เนื่องจากควินัวไม่มีสารกลูเตนเป็นส่วนประกอบจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่เป็นโรคแพ้กลูกลูเตน แพ้ข้าวสาลีหรือมีความไวต่อกลูเตน อย่างไรก็ตามควินัวบางชนิดมีก็มีสารที่เรียกว่าโพรลามินซึ่งสามารถกระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันในผู้ที่เป็นโรคแพ้กลูเตนได้ มีคำเตือนการทานควินัวเกี่ยวกับออกซาเลต เนื่องจากอาหารจากพืชหลายชนิดรวมถึงควินัว โดยธรรมชาติแล้วจะประกอบด้วยสารออกซาเลตหรือกรดออซาลิกมากมาย ซึ่งสามารถรวมตัวกับแคลเซียมแล้วเกิดเป็นนิ่วที่ไตในผู้ที่ไวต่อการเกิดนิ่วชนิดแคลเซียมออกซาเลตได้ อย่างไรก็ตามผลข้างเคียงเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนและยังอาจมีผลข้างเคียงอื่นๆนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลข้างเคียงของการทานควินัวที่อาจเป็นอันตรายหรือก่อให้เกิดความผิดปกิตในระบบทานเดินอาหาร โปรดไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและทำการรักษาต่อไป 

การรับประทานควินัวและปฏิกิริยาระหว่างยา

ควินัวอาจมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูนอิสระ ดังนั้นควรระมัดระวังเมื่อรับประทานอาหารที่มีควินัวร่วมกับสารอื่นที่มี ฤทธิ์ต้านอนุมูนอิสระเช่นกัน ควินัวอาจลดความเข้มข้นของไตรกลีเซอไรด์ เมื่อเปรียบเทียบกับขนมปังและพาสต้าชนิดที่ไม่มีกลูเตน ดังนั้นควรระวังในผู้ป่วยที่รับประทานยาลดไตรกลีเซอไรด์อยู่

ขนาดยาปกติสำหรับการใช้ควินัว

ขนาดปกติสำหรับการใช้ ควินัวอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละรายซึ่งขึ้นอยู่กับช่วงอายุ สุขภาพ และพยาธิสภาพอื่น ๆ การใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทสมุนไพรอาจไม่ปลอดภัยเสมอไป ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์สำหรับขนาดยาที่เหมาะสม

บทสรุป

ควินัวอุดมไปด้วยไฟเบอร์แร่ธาตุสารต้านอนุมูลอิสระและกรดอะมิโนที่จำเป็นทั้ง 9 ชนิด ควินัวเป็นหนึ่งใน อาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีคุณค่าทางโภชนาการมากที่สุดในโลก ควินัวอาจช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดและคอเลสเตอรอลดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นควินัวยังปราศจากกลูเตนตามธรรมชาติ มีรสชาติอร่อยและสามารถนำมาประกอบอาหารได้ง่ายอย่างไม่ยุ่งยาก 

นี่คือแหล่งที่มาของข้อมูลของเรา

  • https://www.medicalnewstoday.com/articles/274745
  • https://www.webmd.com/diet/health-benefits-quinoa
แจ้งให้ทราบ
guest
0 ความคิดเห็น
การตอบรับแบบอินไลน์
ดูความคิดเห็นทั้งหมด