วิตามิน อี (Vitamin E) : ประโยชน์ และเรื่องน่ารู้ 

ผู้เขียน Dr. Sommai Kanchana
0
วิตามิน อี

วิตามิน อี (Vitamin E)

Vitamin E เป็นสารที่จำเป็นต่อร่างกาย มีการใช้ประโยชน์ที่หลากหลาย ทั้งความงาม และการทำงานของร่างกาย จึงควรพิจารณาความต้องการวิตามินอีของร่างกาย และการรับประทานอาหารที่มีวิตามิน e เพียงพอ จึงมีความสำคัญไม่ว่าจะเป็นการรับวิจามินในรูปแบบของยา อาหาร และเครื่องสำอาง

วิตามินอีคืออะไร

วิตามินอีเป็นวิตามินชนิดที่ละลายในไขมันได้ดี ร่างกายใช้วิตามินอีเป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ดังนั้นประโยชน์วิตามินอีคือป้องกันการแตกตัวของเม็ดเลือด แก้ไขปัญหาการอุดตันของเม็ดเลือด มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันอาการอักเสบ

ความสำคัญของวิตามินอี

วิตามินอี หรือ tocopherol คือวิตามินที่สำคัญที่ร่างกาย หากร่างกายได้รับไม่เพียงพอจะทำให้เกิดปัญหาการแตกตัวของเม็ดเลือดแดง เกิดปัญหาลิ่มเลือด และการอุดตันของเส้นเลือดได้ ทั้งยังทำให้เกิดการอักเสบที่นำไปสู่การเกิดโรคต่าง ๆ ทำหน้าที่เป็นฟองน้ำที่คอยดูดซับอนุมูลอิสระ โดยมากวิตามินอีจะถูกเก็บสะสมไว้ที่ตับ เนื้อเยื่อ ไขมัน หัวใจ เม็ดเลือด กล้ามเนื้อ มดลูก อัณฑะ ต่อมหมวกไต ต่อมใต้สมอง มีหน่วยวัดปริมาณวิตามินอีเป็น IU โดย 1 IU คือ 1 mg.  วิตตามินอีสามารถแบ่งออกออกเป็น 2 กลุ่มคือโทโคฟีรอล และโทโคไทรอีนอล ทั้ง 2 กลุ่มยังแบ่งย่อยได้เป็น 4 รูปแบบ คือ แอลฟา บีตา แกมมา และเดลตา ซึ่งวิตามินอีทั้ง 8 ชนิดนั้น แอลฟาโทโคฟีรอลคือวิตามินที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพ ส่วนแกมมาโทโคฟีรอลนั้นมีประสิทธิภาพในการเพิ่มระดับเอนไซม์ซูเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเทส (SOD) มากกว่า มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับอาการอักเสบเรื้อรัง รวมถึงมะเร็ง โรคหัวใจ โรคชรา และอัลไซเมอร์ได้ดีกว่าVitamin E

ประโยชน์ของวิตามินอี

  • การกินวิตามินอีจะช่วยทำให้ผิวดูอ่อนวัยได้ สามารถชะลอกระบวนการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว
  • ป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของ LDL หรือคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีได้
  • ช่วยให้ออกซิเจนซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดี เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ
  • ช่วยปกป้องปอดจากมลพิษทางอากาศ และยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อทำงานร่วมกับวิตามินเอ
  • ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้หลายชนิด
  • เพิ่มประสิทธิภาพของเม็ดเลือดขาวในการต่อสู้กับเชื้อโรค
  • ป้องกัน และสลายลิ่มเลือด
  • บรรเทาอาการอ่อนเพลีย
  • ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดต้อกระจก
  • วิตามินอี ประโยชน์ในการป้องกันการเกิดรอยแผลเป็น และยังช่วยให้แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกหายเร็วขึ้น
  • ช่วยขับปัสสาวะ จึงสามารถลดความดันโลหิตได้
  • ป้องกันภาวะแท้งของหญิงตั้งครรภ์
  • บรรเทาอาการตะคริว หรืออาการเกร็งกระตุก
  • ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ และโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต
  • ลดความเสี่ยง และความรุนแรงของโรคอัลไซเมอร์

อาการของผู้ที่ขาดวิตามินอี

อาการที่สังเกตได้คือปัญหาที่ประสาทรับสัมผัส มักเกิดอาการชา และความผิดปกติที่ระบบประสาท ระบบเลือด  และระบบสืบพันธุ์ โดยปกติภาวะขาดวิตามินอีมักเกิดร่วมกับภาวะการขาดสารอาหารอื่น ๆ ร่วม ซึ่งจะทำให้พบจความผิดปกติในการดูดซึมไขมัน เนืองจากอวัยวะอย่างตับ ตับอ่อน และลำไส้ทำงานผิดปกติ หรืออาจเกิดจากโรคทางพันธุกรรมบางชนิด เช่น ผู้ป่วยโรคที่มีอาการผิดปกติของระบบประสาทหากไม่ได้กินอาหารที่มีวิตามินอีก็อาจทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น หรือทำให้เกิดภาวะขาดวิตามินอีในเด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนด หรือน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ปกติได้เช่นกัน ภ่าวะขาด Vitamin E มักใช้ระยะเวลานานจึงจะเริ่มมีอาการ เนื่องจากความเสียหายของระบบประสาท เช่น สูญเสียความสามารถในการรับสัมผัส และการตอบสนองต่อสิ่งเร้าลดลง สูญเสียความรู้สึกทางกาย กล้ามเนื้อไม่มีแรง เกิดปัญหาในการกลอกตา และทรงตัวได้ยาก ดังนั้นเมื่อมีอาการขาดวิตามินอีให้รีบแก้ไขทันที เพื่อป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงมากขึ้น

อาการของผู้ที่ได้รับวิตามินอีมากเกินไป

ตามปกติร่างกายมนุษย์สามารถรับวิตามินอีได้ค่อนข้างมาก แต่หากได้วิตามินอีมากกว่า 800 IU อาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย อ่อนเพลีย งุนงงได้ กรณีการรับวิตามินอีในรูปผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มากเกินไป  อาจทำให้เกิดอาการแพ้ทางผิวหนังที่ถูกสัมผัสได้

อาหารที่มีวิตามินอี

อาหารที่เป็นแหล่งวิตามินอีที่สำคัญคือพืชผัก ผลไม้ โดยเฉพาะบริเวณผล และเมล็ด แต่ออกซิเจนและความร้อนสามารถทำลายวิตามินอีได้ รวมถึงอาหารที่ถูกแช่แข็งเป็นเวลานาน ๆ  ดังนั้นจึงควรบริโภคผักหรือผลไม้สดเพื่อเพิ่มปริมาณวิตามินอีให้กับร่างกาย

วิตามินอี ช่วยอะไร

ยารักษาโรค วิตามินอีใช้รักษาโรคโลหิตจางในทารกแรกคลอด เนื่องจากภาวะเม็ดเลือดแดงแตกได้ ใช้รักษาอาการขาดสารอาหาร รักษาอาการปวดกล้ามเนื้อขาเวลาเคลื่อนไหว เครื่องสำอาง วิตามินอีนิยมใช้ในเครื่องสำอางสำหรับผิว  โดยใช้เป็นสารกันหืน ใช้เป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว  ใช้ผสมในครีมกันแดดเพื่อเร่งการทำงานของเอนไซม์ที่ใช้ลดความเกรียมจากแสงแดด และยังช่วยสมานผิวหนังทำให้แผลหายเร็วขึ้น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วิตามินอีถูกใช้เป็นสารกันหืนในอาหาร และใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อบำรุงร่างกาย  ป้องกันการเกิดโรค และลดความรุนแรงของโรคต่าง ๆ

ใครที่ควรเสริมวิตามินอี

วิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมันที่จำเป็นพร้อมคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่มีบทบาทสำคัญในการทำงานของร่างกายต่างๆ แม้ว่าคนจำนวนมากจะได้รับวิตามินอีอย่างเพียงพอผ่านการรับประทานอาหารที่สมดุล แต่ก็มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มที่อาจต้องการวิตามินนี้เพิ่มขึ้นหรืออาจได้รับประโยชน์จากการเสริม ต่อไปนี้เป็นกลุ่มคนที่อาจต้องการวิตามินอี:
  • บุคคลที่มีความผิดปกติของการดูดซึม Malabsorption:
      • สภาวะที่ส่งผลต่อการดูดซึมไขมันสามารถนำไปสู่การขาดวิตามินที่ละลายในไขมัน รวมถึงวิตามินอี บุคคลที่มีความผิดปกติ เช่น โรคซิสติกไฟโบรซิส โรคตับ หรือโรคเซลิแอค อาจต้องได้รับอาหารเสริม
  • บุคคลทานอาหารไขมันต่ำ:
      • วิตามินอีพบได้ในอาหารที่มีไขมัน บุคคลที่รับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำมากหรือผู้ที่มีปัญหาในการดูดซึมไขมันในอาหารอาจได้รับวิตามินอีจากอาหารเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอและอาจจำเป็นต้องได้รับอาหารเสริม
  • ผู้ที่มีภาวะทางพันธุกรรมบางอย่าง:
      • ความผิดปกติทางพันธุกรรมที่พบไม่บ่อย เช่น การสูญเสียวิตามินอี (AVED) หรือภาวะอะเบตาลิโพโปรตีนในเลือดสูง อาจทำให้การดูดซึมและการขนส่งวิตามินอีบกพร่อง ส่งผลให้เกิดการขาดสารอาหาร บุคคลเหล่านี้อาจต้องการการเสริมวิตามินอี
  • บุคคลที่มีเงื่อนไขทางการแพทย์บางประการ:
      • ภาวะที่ทำให้เกิดการดูดซึมผิดปกติเรื้อรัง เช่น โรคโครห์น ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง หรือความผิดปกติของทางเดินน้ำดีบางประเภท อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดวิตามินอี
  • ผู้สูงอายุ:
      • ผู้สูงอายุอาจมีความเสี่ยงสูงต่อการขาดวิตามินอีเนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น การรับประทานอาหารที่ลดลง การดูดซึมบกพร่อง หรือปฏิกิริยาระหว่างยา อาจพิจารณาการเสริมในบางกรณี
  • ผู้ที่รับประทานยาบางชนิด:
      • ยาบางชนิด เช่น ยาลดคอเลสเตอรอลบางชนิด (โคเลสไทรามีน, โคเลสติโพล) อาจรบกวนการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน รวมถึงวิตามินอี บุคคลที่ใช้ยาเหล่านี้อาจจำเป็นต้องได้รับอาหารเสริม
  • บุคคลที่มีความผิดปกติทางระบบประสาท:
    • วิตามินอีได้รับการศึกษาถึงบทบาทที่มีศักยภาพต่อสุขภาพทางระบบประสาท บุคคลบางคนที่มีความผิดปกติทางระบบประสาทโดยเฉพาะ เช่น โรคอัลไซเมอร์หรือโรคพาร์กินสัน อาจเป็นหัวข้อของการวิจัยที่กำลังดำเนินอยู่เพื่อสำรวจคุณประโยชน์ของวิตามินอี
สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือแม้ว่าการเสริมวิตามินอีอาจจำเป็นในบางสถานการณ์ แต่การบริโภคที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดผลเสียได้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มการเสริมวิตามินอี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณอยู่ในประเภทใดประเภทหนึ่งที่กล่าวมาข้างต้น โดยทั่วไปการรับประทานอาหารที่สมดุลซึ่งประกอบด้วยอาหารหลากหลายประเภทสามารถให้สารอาหารที่จำเป็นสำหรับคนส่วนใหญ่ได้

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

  • https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-954/vitamin-e
  • https://www.medicalnewstoday.com/articles/318168
  • https://www.nhs.uk/conditions/vitamins-and-minerals/vitamin-e/
แจ้งให้ทราบ
guest
0 ความคิดเห็น
การตอบรับแบบอินไลน์
ดูความคิดเห็นทั้งหมด