ประโยชน์ของน้ำมันปลา (Benefits of Taking Fish Oil)

น้ำมันปลา (Fish Oil) คือ อาหารเสริมที่มีการบริโภคกันมากที่สุดชนิดหนึ่งโดยน้ำมันปลาอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีความสำคัญมากต่อสุขภาพ  หากคุณไม่ได้รับประทานปลาที่มีกรดไขมันจำเป็นสูงมากพอ ควรรับประทานอาหารเสริมน้ำมันปลาก็สามารถช่วยทำให้คุณได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 ได้อย่างพอเพียง ต่อไปนี้คือ 13 ประโยชน์ของน้ำมันปลา

น้ำมันปลาคืออะไร 

น้ำมันปลาคือไขมันหรือน้ำมันที่สกัดมาจากเนื่อเยื่อของปลา ปกติมักมาจากปลาที่มีกรดไขมันจำเป็นสูง เช่นปลาแฮร์ริ่ง ทูน่า แอนโชวี่และแมกเคอเรล บางครั้งก็ผลิตมาจากตับของปลาชนิดอื่นๆ เช่นในรายที่มาจากน้ำมันตับปลา องค์กรอนามัยโลกแนะนำให้มีการรับประทานปลา 1 – 2 ส่วนต่อสัปดาห์ เพราะกรดไขมันโอเมก้า 3 ในปลามีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายรวมไปถึงช่วยป้องกันโรคอีกหลายชนิด แต่หากว่าคุณไม่สามารถรับประทานปลาได้ 1- 2ส่วนต่อสัปดาห์ได้ การรับประทานน้ำมันปลาก็อาจช่วยให้คุณได้รับโอเมก้า3ได้เพียงพอ ในการทำโอเมก้า 3 จะใช้น้ำมันปลาราว 30% ในขณะที่เหลือราว 70% ทำมาจากไขมันอื่น น้ำมันปลามักมีวิตามินเอและดีเป็นส่วนประกอบ  สิ่งสำคัญที่ต้องจดจำไว้คือโอเมก้า 3 ที่พบในน้ำมันปลานั้นมีประโยยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าโอเมก้า 3 ที่พบในพืช โอเมก้า 3 ที่พบในน้ำมันปลาคือกรดอิโคซะเพนตะอีโนอิก (EPA) และกรดโดโคซะเฮกซะอีโนอิก (DHA) ในขณะที่โอเมก้า 3 ในพืชจะมีสารหลักๆคือกรดไขมันแอลฟาไลโนเลนิก (ALA)      แต่ถึงกระนั้น ALA ก็เป็นกรดไขมันที่มีความจำเป็น เพียงแต่ EPA และ DHA อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า   สิ่งที่สำคัญคือการได้รับโอเมก้า 3 ที่เพียงพอเพราะอาหารแถบตะวันตกมักถูกทดแทนโอเมก้า 3 ด้วยไขมันอื่นเช่นโอเมก้า 6 อัตราของกรดไขมันจำเป็นที่ผิดเพี้ยนนี้เองอาจเป็นตัวทำให้เกิดโรคมากมาย

1. สรรพคุณของน้ำมันปลาช่วยทำให้สุขภาพของหัวใจดีขึ้น

โรคหัวใจ คือ สาเหตุการเสียชีวิตทั่วโลก จากการศึกษาพบว่าคนที่รับประทานปลาบ่อยๆมีอัตราการเกิดโรคหัวใจต่ำกว่าคนที่ไม่รับประทาน ปัจจัยเสี่ยงหลายๆอย่างของการเกิดโรคหัวใจสามารถลดลงได้เมื่อบริโภคปลาหรือน้ำมันปลา ประโยชน์ของน้ำมันปลาที่มีต่อสุขภาพของหัวใจคือ:
  • ระดับคอเลสเตอรอล: สามารถช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอล “ที่ดี” HDL ได้ ถึงแม้จะยัวไม่พบว่าสามารถลดระดับคอเลสเตอรอล “ที่ไม่ดี” LDL ได้ก็ตาม 
  • ไตรกลีเซอร์ไลด์Triglycerides: ช่วยลดไตรกลีเซอร์ไลด์ลงได้ 15-30% 
  • ความดันโลหิต: แม้บริโภคเพียงน้อยนิดก็ช่วยลดความดันเลือดโลหิตในคนที่มีระดับสูงได้แล้ว
  • คราบพลัค : อาจช่วยห้องกันการเกิดคราบพลัคที่เป็นสาเหตุทำให้หลอดเลือดแข็งตัว และยังช่วยทำให้คราบพลัคในหลอดเลือดมีความคงที่ขึ้นและปลอดภัยมากขึ้นในคนที่เป็นอยู่ก่อนแล้ว 
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง: ในรายที่มีความเสี่ยง สิ่งนี้อาจช่วยลดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงลงได้ หัวใจเต้นผิดจังหวะคือจังหวัการเต้นหัวใจที่ผิดปกติที่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ
ถึงแม้อาหารเสริมน้ำมันปลาจะสามารถช่วยลดปัจจัยความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจก็ตามที แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่ามันสามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดและสมองเช่นกัน อาหารเสริมน้ำมันปลาอาจช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดร่วมกับโรคหัวใจ แม้จะไม่มีหลักฐายที่แน่ชัดว่าสามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจหรือโรหลอดเลือดและสมองก็ตาม

2. ช่วยรักษาโรคทางจิตใจ

สมองของเราทำมาจากไขมันเกือบ 60% และไขมันส่วนใหญ่คือกรดไขมันโอเมก้า 3  ดังนั้น โอเมก้า3 จึงมีความจำเป็นสำหรับการทำงานของสมองตามปกติ ในความเป็นจริงแล้วจากการศึกษาพบว่าคนที่เป็นโรคทางจิตใจจะมีระดับโอเมก้า 3 ต่ำ สิ่งที่น่าสนใจ จากการวิจัยพบว่าอาหารเสริมน้ำมันปลาช่วยป้องกันโรคทางจิตใจบางอย่างโรคในระยะเริ่มมีอาการให้มีอาการที่ดีขึ้นได้ ยกตัวอย่างเช่น สามารถช่วยลดโอกาสโรคทางจิตในรายที่มีความเสี่ยงได้ เพิ่มเติมคือการรับประทานอาหารเสริมน้ำมันปลาในปริมาณสูงอาจช่วยลดอาการทั้งโรคจิตเภทและโรคอารมณ์สองขั้วได้ อาหารเสริมน้ำมันปลาอาจช่วยทำให้โรคจิตเภทดีขึ้นได้ ผลที่ได้อาจมาจากการเพิ่มมากขึ้นของกรดไขมันโอเมก้า 3

3. ประโยชน์ของน้ำมันปลาช่วยในการลดน้ำหนัก

โรคอ้วน คือ การถูกกำหนดว่ามีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 30 ทั่วโลกพบว่ามีผู้ใหญ่ราว 39% ที่มีน้ำหนักตัวเกิน ในขณะที่ 13% เป็นโรคอ้วน  โรคอ้วนเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคอื่นๆอีกมากมายอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งรวมไปถึงโรคหัวใจ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคมะเร็ง อาหารเสริมน้ำมันปลาอาจช่วยทำให้สัดส่วนร่างกายดีขึ้นและช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจในคนที่เป็นโรคอ้วน จากการศึกษาพบว่าอาหารเสริมน้ำมันปลาเมื่อใช้ร่วมกับโภชนาการอาหารหรือการออกกำลังกายสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ จากการวิเคราะห์การศึกษา 21 รายพบว่าอาหารเสริมน้ำมันปลาไม่ได้ลดน้ำหนักในคนที่เป็นโรคอ้วนได้อย่างมีนัยสำคัญแต่สามารถลดเส้นรอบเอวและอัตราส่วนระหว่างเอวและสะโพก อาหารเสริมน้ำมันปลาอาจช่วยลดเส้นรอบเอว ได้ดีพอๆกับช่วยลดน้ำหนักเมื่อใช้ร่วมกับการโภชนาการหรือการออกกำลังกาย

4. สรรพคุณน้ำมันปลาช่วยเรื่องสุขภาพตา

เช่นเดียวกับสมอง ดวงตาก็ต้องการไขมันโอเมก้า 3 เช่นกัน มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าคนที่ได้รับโอเมก้าไม่เพียงพอจะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคตามากขึ้น สุขภาพดวงตาจะเริ่มถดถอยเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคจุดรับภาพเสื่อมในผู้อายุ (AMD) การรับประทานปลาจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรค AMD   จากการศึกษาพบว่าการบริโภคน้ำมันปลาในปริมาณที่สูงเป็นเวลา 19 สัปดาห์สามารถช่วยทำให้การมองเห็นในคนไข้ที่เป็นโรค AMD ทั้งหมดมีอาการดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามยังมีการศึกษาน้อยมากในเรื่องนี้ จากการศึกษาขนาดใหญ่ที่ทำร่วมกันระหว่างผลของโอเมก้า 3 กับโภชนาการอื่นๆสำหรับคนที่มีภาวะโรค AMD แสดงให้เห็นว่ามีผลทางบวกในขณะที่ด้านอื่นๆ ไม่มีผลใดๆ ผลที่ได้จึงยังไม่มีความชัดเจน การรับประทานปลาอาจช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตาได้ แต่อย่างไรก็ตามผลที่ได้จากการรับประทานอาหารเสริมน้ำมันปลานั้นยังไม่แสดงผลที่เหมือนกันได้

5. ช่วยลดอาการอักเสบ

การอักเสบคือระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำการต่อสู้กับการติดเชื้อและการบาดเจ็บ การอักเสบเรื้อรังที่มีร่วมกับอาการบาดเจ็บที่รุนแรงเช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคซึมเศร้าและโรคหัวใจ การลดการอักเสบก็สามารถช่วยรักษาอาการของโรคเหล่านี้ได้ด้วย เพราะน้ำมันปลามีคุณสมบัติของสารต้านอนุมูลอิสระ ที่อาจช่วยรักษาอาการต่างๆซึ่งรวมไปถึงการอักเสบเรื้อรังนี้ ยกตัวอย่าง ภาวะเครียดและโรคอ้วน น้ำมันปลาสามารถช่วยลดการผลิตและการแสดงออกของยีนโมเลกุลการอักเสบที่เรียกว่า ไซโตไคน์ ยิ่งไปกว่านั้น อาหารเสริมน้ำมันปลายังสามารถลดอาการปวดข้อต่อ ความแข็งตึงลงได้อย่างมีนัยสำคัญ รวมไปถึงความต้องการยาในคนที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการปวดก็น้อยลงด้วยเช่นกัน ในขณะที่คนเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD) ซึ่งถูกกระตุ้นโดยการอักเสบก็ยังไม่พบหลักฐานที่แน่ชัดว่าน้ำมันปลาจะสามารถช่วยทำให้อาการดีขึ้นได้ น้ำมันปลามีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบและสามารถช่วยลดอาการของโรคที่เกี่ยวกับการอักเสบได้โดยเฉพาะโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

6. ช่วยเรื่องสุขภาพผิวหนัง

ผิวหนังของเราคืออวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย และมีไขมันโอเมก้า 3 เป็นจำนวนมาก สุขภาพผิวสามารถลดน้อยลงตลอดเวลาตามอายุ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นหรือเมื่อสัมผัสแสงแดดมากเกินไป อย่างที่กล่าวไว้ ดังนั้นโรคผิวหนังทั้งหลายอาจได้รับประโยชน์จากการรับประทานอาหารเสริมน้ำมันปลา ซึ่งรวมไปถึงpsoriasis-types-0054/”>โรคสะเก็ดเงินและโรคผิวหนังอักเสบ ผิวของเราเริ่มเสียหายได้ตามอายุหรือเมื่อสัมผัสแสงแดดมากเกินไป อาหารเสริมน้ำมันปลาอาจช่วยสุขภาพผิวให้ดีอยู่ได้Benefits of Taking Fish Oil

7. ช่วยในหญิงตั้งครรภ์และการเติบโตในวัยเด็ก

โอเมก้า 3 มีความจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตในช่วงต้นของชีวิตและการพัฒนาการ ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับแม่ที่ตั้งครรภ์ควรได้รับโอเมก้า 3 อย่างเพียงพอในระหว่างการตั้งครรภ์และในขณะให้นมบุตร การได้รับอาหารเสริมน้ำมันปลาในหญิงตั้งครรภ์และหญิงที่กำลังให้นมบุตรสามารถช่วยให้มือและตาในทารกทำงานประสานงานดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการเรียนรู้หรือเรื่องไอคิวจะดีขึ้นด้วยนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด การรับประทานอาหารเสริมน้ำมันปลาในระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตรอาจช่วยพัฒนาการการมองเห็นในทารกให้ดีขึ้นได้และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการภูมิแพ้ กรดไขมันโอเมก้า 3 คือสิ่งที่จำเป็นยิ่งสำหรับการพัฒนาการและการเจริญเติบโตในช่วงต้นของชีวิต อาหารเสริมน้ำมันปลาในแม่หรือทารกอาจช่วยให้มือและตาในทารกทำงานประสานงานดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการเรียนรู้หรือเรื่องไอคิวจะดีขึ้นด้วยนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด

8. ช่วยลดไขมันในตับ

กระบวนการทำงานของตับมีไขมันมากในร่างกายของเราและมีบทบาททำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ โรคตับ เป็นโรคไขมันสะสมในตับที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ (NAFLD) เป็นโรคที่มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเกิดจากไขมันสะสมในตับ อาหารเสริมน้ำมันปลาสามารถช่วยทำให้การอักเสบและการทำงานของตับดีขึ้นได้ ซึ่งอาจช่วยลดอาการของโรค NAFLD และจำนวนไขมันในตับได้  โรคตับ คือ โรคที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน อาหารเสริมน้ำมันปลาอาจช่วยลดไขมันในตับและลดอาการของโรคไขมันสะสมในตับที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์

9. ช่วยทำให้อาการซึมเศร้าดีขึ้น

ภาวะซึมเศร้า คือ โรคที่คาดว่าจะเป็นสาเหตุของอาการเจ็บป่วยอันดับสองในปี 2030  สิ่งที่น่าสนใจ คนที่มีภาวะซึมเศร้ามักจะมีระดับโอเมก้า 3 ในเลือดต่ำกว่าคนปกติ จากการศึกษาพบว่าน้ำมันปลาและอาหารเสริมโอเมก้า 3 อาจช่วยทำให้อาการซึมเศร้าดีขึ้นได้ ยิ่งไปกว่านั้น จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าน้ำมันใน EPA สามารถช่วยลดอาการซึมเศร้าได้มากกว่า อาหารเสริมน้ำมันปลา-โดยเฉพาะชนิด EPA -สามารถช่วยทำให้อาการซึมเศร้าดีขึ้นได้

10. ช่วยทำให้สมาธิและภาวะอยู่ไม่สุขในเด็กดีขึ้น

โรคความผิดปกติด้านพฤติกรรมในเด็ก เช่นโรคสมาธิสั้น (ADHD) รวมไปถึงโรคภาวะอยู่ไม่สุขและอาการขาดสมาธิ การได้รับโอเมก้า 3 จะช่วยทำให้สัดส่วนในสมองดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อได้รับอย่างพอเพียงอาจช่วยป้องกันการเกิดโรคความผิดปกติด้านพฤติกรรมในช่วงต้นของชีวิตได้ อาหารเสริมน้ำมันปลาอาจทำให้โรคสมาธิสั้น ซุกซนอยู่ไม่นิ่ง ความหุนหันพลันแล่นและอาการก้าวร้าวในเด็กดีขึ้นได้ ซึ่งมีประโยชนมากสำหรับการเรียนรู้ในช่วงต้นของชีวิต  โรคความผิดปกติด้านพฤติกรรมสามารถไปรบกวนการเรียนรู้และการพัฒนาการ อาหารเสริมน้ำมันปลาแสดงให้เห็นแล้วว่าช่วยลดอาการอยู่ไม่นิ่ง ขาดสมาธิและพฤติกรรมด้านลบอื่นๆ

11. ช่วยป้องกันการเกิดอาการโรคจิตเสื่อม

เมื่อายุมากขึ้น การทำงานของสมองเราก็ถดถอยลง และเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์เพิ่มขึ้น คนที่รับประทานปลาในปริมาณมากมีแนวโน้มที่จะมีทำให้การทำงานของสมองเสื่อมตามอายุลดน้อยลง แต่อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพบว่าการรับประทานอาหารเสริมน้ำมันปลาในผู้สูงอายุยังไม่พบหลักฐานที่แน่ชัดว่าสามารถช่วยลดความเสื่อมการทำงานของสมองได้ แต่ทว่า จากการศึกษาขนาดเล็กแสดงให้เห้นว่าน้ำมันปลานั้นสามารถช่วยทำให้ความจำในผู้สูงอายุดีขึ้นได้ คนที่รับประทานปลามีภาวะจิตเสื่อมตามวัยน้อยลง แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าการรับประทานอาหารเสริมน้ำมันปลานั้นจะช่วยปกป้องหรือทำให้ภาวะจิตเสื่อมในผู้สูงอายุดีขึ้นได้

12. ช่วยให้อาการหอบหืดและอาการแพ้ดีขึ้น

โรคหอบหืด ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการบวมในปอดและการหายใจถี่ เริ่มมีมากขึ้นในเด็กทารก จากการศึกษาพบว่าน้ำมันปลาสามารถช่วยลดอาการหอบหืดลงได้ โดยเฉพาะในช่วงต้นของชีวิต จากการศึกษาคนเกือบ 100,000 คนพบว่าการรับประทานปลาหรือโอเมก้า 3 สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหอบหืดในเด็กลงได้ประมาณ 24–29%    อีกทั้งยังพบว่า การรับประทานอาหารเสริมน้ำมันปลาในหญิงตั้งครรภ์อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้ในทารกได้ การรับประทานปลาและน้ำมันปลาในระหว่างตั้งครรภ์อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหอบหืดและโรคภูมิแพ้ในเด็กได้

13. ช่วยทำให้สุขภาพกระดูกดีขึ้น

เมื่อมีอายุมากขึ้น กระดูกก็จะเริ่มสูญเสียแร่ธาตุที่จำเป็นไป ทำให้พวกมันแตกหักได้ง่ายขึ้น นำไปสู่โรคเช่นภาวะโรคกระดูกพรุนและโรคข้อเข่าเสื่อม แคลเซียมและวิตามินดีมีความสำคัญสำหรับสุขภาพกระดูก แต่จากการศึกษาพบว่ากรดไขมันโอเมก้า 3 นั้นมีประโยชน์ จากการศึกษาขนาดเล็กพบว่าอาหารเสริมน้ำมันปลาช่วยลดรอยแตกหักของกระดูกได้ ซึ่งอาจช่วยป้องกันโรคกระดูกได้ การรับประทานโอเมก้า 3 ในปริมาณสูงทำให้มวลกระดูกสูง ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกได้ แต่อย่างไรก็ตามยังไม่พบหลักฐานที่แน่ชัดว่าอาหารเสริมน้ำมันปลามีประโยชน์ในเรื่องดังกล่าว

การใช้อาหารเสริม

หากคุณไม่สามารถรับประทานปลาที่มีกรดไขมันจำเป็นสูงได้ 1-2 ส่วนต่อสัปดาห์ คุณอาจต้องการอาหารเสริมน้ำมันปลามาเพิ่มเติม โดยใช้ข้อมูลด้านล่างมาใช้พิจารณาในการใช้อาหารเสริมน้ำมันปลา:

ปริมาณ

ปริมาณ EPA และ DHA ตามที่ได้รับคำแนะนำนั้นขึ้นอยู่กับอายุและสุขภาพ  องค์กร WHO ได้แนะนำให้บริโภคทั้ง  EPA และ DHA รวมกันต่อวัน 0.2–0.5  กรัม (200-500 มก.) แต่อย่างไรก็ตามอาจจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณขึ้นหากคุณกำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ  เลือกอาหารเสริมน้ำมันปลาที่มีปริมาณ EPA และ DHA อย่างน้อย 0.3 กรัม (300 มก.) ต่อ 1 หน่วยบริโภค 

รูปแบบ

อาหารเสริมน้ำมันปลามีมากมายหลายรูปแบบ รวมไปถึงในรูปของเอธิลเอสเทอร์ (EE)  ไตรกลีเซอไรด์ (TG) กรดไขมันอิสระ (FFA) และ ฟอสโฟลิพิด (PL)    ร่างกายของเราไม่สามาถดูดซึมเอธิลเอสเทอร์ได้เหมือนตัวอื่นๆ ดังนั้นจึงควรเลือกอาหารเสริมน้ำมันปลาที่มาในหนึ่งของรูปแบบตามที่กล่าวไว้

ความเข้มข้น

อาหารเสริมหลายๆตัวจะมีปริมาณน้ำมันปลาต่อหนึ่งหน่วยบริโภคอยู่มากกว่า 1,000 มก.-แต่จะมี EPA และ DHA อยู่เพียง 300 มก. เท่านั้น อ่านฉลากทุกครั้งและควรเลือกอาหารเสริมที่มีปริมาณ EPA และ DHA อย่างน้อย 500 มก.ต่อน้ำมันปลา 1,000 มก. 

ความบริสุทธิ์

อาหารเสริมน้ำมันปลาหลายตัวไม่มีส่วนประกอบตามที่กล่าวอ้าง เพื่อหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ควรเลือกอาหารเสริมที่ผ่านการทดสอบจากหน่วยงานอิสระหรือได้รับตราประทับจากองค์การระหว่างประเทศระดับโลก

ความสดใหม่

กรดไขมันโอเมก้า 3 อาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ซึ่งทำให้เกิดการเหม็นหืน เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ ควรเลือกอาหารเสริมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินอี เก็บอาหารเสริมให้ห่างใกล้จากแสงแดด- ควรเก็บไว้ในตู้เย็น อย่าใช้อาหารเสริมน้ำมันปลาที่มีกลิ่นเหม็นหืนหรือหมดอายุ

ระยะเวลา

การรับประทานไขมันอื่นๆจะช่วยดูดซึมกรดไขมันโอเมก้า 3  ทางที่ดีควรรับประทานอาหารเสริมน้ำมันปลาพร้อมมื้ออาหารที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบ เมื่ออ่านฉลากน้ำมันปลา ควรแน่ใจว่าเลือกอาหารเสริมที่มี EPA และ DHA สูงและมีความบริสุทธิ์และมีใบรับรอง

โทษของน้ำมันปลา

ในผู้ป่วยบางรายอาจจะพบอาการแพ้น้ำมันปลาได้ และผู้ป่วยความดันโลหิตต่ำไม่ควรรับประทานอาหารเสริมน้ำมันปลา และควรควบคุมปริมาณการรับประทานเนื่องจากหากมากเกินไปน้ำมันปลานี้อาจจะเข้าไปเพิ่มคอเลสตอรอลที่ไม่ดี และน้ำมันปลาอาจมีผลข้างเคียงทำให้อาหารไม่ย่อย คลื่นไส้ ท้องเสีย หรืออาเจียน ข้อควรระวังในผู้ที่รับยาที่มีคุณสมบัติของการลดการแข็งตัวของหลอดเลือดควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ประเด็นสำคัญ

โอเมก้า 3 มีส่วนช่วยทำให้สมองและดวงตามีพัฒนาการที่ดี และช่วยต่อสู้กับการอักเสบและป้องกันโรคหัวใจและสมองเสื่อม  น้ำมันปลามีโอเมก้า 3 เป็นส่วนประกอบในปริมาณมาก การรับประทานอาหารจริงๆนั้นดีกว่าการรับประทานอาหารเสริม ควรรับประทานปลาที่มีกรดไขมันจำเป็นสูงสองหน่วยต่อสัปดาห์เพื่อได้รับโอเมก้า 3 อย่างพอเพียง อาหารเสริมน้ำมันปลาเป็นทางเลือกที่ดีหากคุณไม่สามารถรับประทานปลาได้

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

แจ้งให้ทราบ
guest
0 ความคิดเห็น
การตอบรับแบบอินไลน์
ดูความคิดเห็นทั้งหมด