ประโยชน์ของไวน์เพื่อสุขภาพ (Health Benefits of Wine)

แม้ว่าเรื่องประโยชน์เพื่อสุขภาพจากการดื่มไวน์แดงยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ก็ตามที แต่จากจากศึกษาก้แสดงให้เห็นแล้วว่าการบริโภคไวน์แดงในปริมาณที่พอเหมาะที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมราว 12%- 15% เป็นประจำทุกวันจะช่วยปกป้องโรคหลายอย่างรวมไปถึงโรคหัวใจ  สิ่งที่ควรจำไว้คือเส้นขีดความแตกต่างระหว่างพอเหมาะกับมากเกินไป การบริโภคไวน์มากเกินไปก็อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ หรือในทาตรงข้ามกันการดื่มน้อยเกินไปก็จะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เช่นกัน 

การดื่มไวน์เพื่อสุขภาพ

ไวน์แดงมีหลากหลายรสชาติและมีหลายสี โดยผ่านขั้นตอนด้วยการบดขยี้และหมักองุ่นสีเข้ม ไวน์แดงมีมากมายหลาชนิด ที่รู้จักกันทั่วไปเช่น Merlot, Pinot Noir, Cabernet Sauvignon, Shiraz และอื่นๆ

1. ไวน์แดงอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

ก่อนการบริโภคไวน์แดงคุณควรเรียนรู้ทุกสิ่งเกี่ยวกับไวน์ รวมไปถึงผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบที่มีต่อสุขภาพของคุณเพราะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง องุ่นที่มีสีเข้มจะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น เรสเวอราทรอล อีพิกัลโลคาเทชิน แคทีชินและโปรแอนโทรไซยานิดิน  สารเรสเวอราทรอลและโปรแอนโทรไซยานิดินมีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการรักษาสุขภาพของคุณ

2.ลดคอเรสเตอรอลตัวเลวให้ต่ำลง 

ไวน์แดงเป็นที่รู้กันดีวาสสามารถช่วยลดคอเรสเตอรอลตัวเลวในระบบร่างกายเราต่ำลง จากการศึกษาพบว่าองุ่นแดงพันธุ์เทมปรานิลโยมีใยอาหารสูง มักนำมาใช้ทำไวน์แดงเช่น Rioja ทำให้ระดับคอเรสเตอรอลตัวเลวลดลง

3. รักษาสุขภาพของหัวใจ

ไม่เพียงแค่ควบคุมระดับคอเรสเตอรอลเท่านั้น แต่ยังคงช่วยดูแลรักษาให้หัวใจมีสุขภาพที่ดีได้ด้วย โพลิฟีนอลเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งที่พบได้ในไวน์แดงสามารถช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือดที่ไม่ต้องการได้โดยทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่น แต่อย่างไรก็ตามก็ควรจำไว้ด้วยว่าการดื่มอย่างหนักสามารถทำความเสียหายต่อหัวใจได้ 

4. ควบคุมน้ำตาลในเลือด

เรสเวอราทรอล เป็นสารประกอบตามธรรมชาติที่พบในผิวขององุ่น ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในคนที่เป็นโรคเบาหวาน จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าคนที่รับประทานอาหารเสริมเรสเวอราทรอล 250 มก.เป็นประจำทุกวันเป็นระยะเวลา 3 เดือนสามารถลดระดับกลูโคสในเลือดได้ต่ำกว่าคนที่ไม่ได้รับประทาน เรสเวอราทรอลยังควบคุมระดับคอเรสเตอรอลและค่าความดันโลหิตช่วงบน 

5. ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง

การบริโภคไวน์แดงในปริมาณพอเหมาะและเป็นประจำสามารถส่งผลช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเช่นมะเร็งผิวหนัง ลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก รังไข่และอื่นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักวิทยาศาสตร์ใช้เรสเวอราทรอลกับเซลล์มะเร็งของมนุษย์และพบว่ามันช่วยขัดขวางโปรตีนที่มีผลต่อมะเร็งHealth Benefits of Wine

 6. ช่วยรักษาโรคหวัด

ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในไวน์แดงสามารถรักษาโรคหวัดได้ เพราะสารต้านอนุมูลอิสระจะป้องกันเซลล์จากการถูกทำร้ายของสารอนุมูลอิสระ ซึ่งมีบทบาทที่สำคัญเมื่อเป็นโรคหวัด มะเร็งและโรคอื่นๆ

7. ช่วยทำให้ความจำดีเยี่ยม

เราสามารถทำให้ความจำเราปราดเปรื่องได้อย่างไร จากการศึกษาพบว่าเรสเวอราทรอลที่มีในไวน์แดงสามารถยับยั้งโปรตีนแอมีลอยด์ บีตา ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญหลักในการเกิดคราบพลาคในสมองของคนที่เป็นโรคอัลไซเมอร์

8. ช่วยทำให้รูปร่างสมส่วน

คุณควรดีใจที่ได้รับรู้ว่าเรสเวอราทรอลนั้นสามารถช่วยคงน้ำหนักตัวให้คุณได้ ส่วนประกอบสารเคมีไพซีแทนนอลแปลงสภาพมาจากเรสเวอราทรอลที่ลดเซลล์ไขมันในร่างกาย จากข้อมูลของนักวิจัย ไพซีแทนนอลจะผูกกับตัวรับอินซูลินของเซลล์ไขมัน ซึ่งจะยับยั้งเซลล์ไขมันที่ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ได้ 

9. การดื่มไวน์ลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้า

จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าคนอายุวัยกลางคนไปจนถึงคนสูงอายุที่ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณพอเหมาะเป็นประจำทุกวันจะช่วยลดภาวะซึมเศร้าได้ คนที่ดื่มไวน์แดงมีแนวโน้มว่าจะมีภาวะซึมเศร้าน้อยกว่าคนที่ไม่ดื่ม

10. ไวน์องุ่นมีผลดีต่อระบบย่อยอาหาร

สารต้านแบคทีเรียตามธรรมชาติที่พบได้ในไวน์แดงสามารถรักษาอาการระคายเคืองในกระเพาะอาหารและโรคระบบการย่อยอื่นๆ การบริโภคไวน์พิสูจน์แล้วว่าช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร คือเชื้อแบคทีเรียที่มักพบเจอในกระเพาะอาหาร  การดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย ซึ่งรวมไปถึงตับแข็ง น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลคุกคามชีวิต แต่อย่างไรก็ตามนั้นไม่ได้หมายความว่าคุณไม่สามารถดื่มไวน์แดงของโปรดของคุณได้ เพียงแค่ไม่ควรดื่มเกินวันละ 1-1.5 แก้วต่อวันสำหรับผู้หญิงและ 1-2 แก้วต่อวันสำหรับผู้ชาย และควรเว้นการดื่มไวน์ไป 1 หรือ 2 วันเป้นช่วงระยะเว้นห่างที่พอเพียง แต่อย่างไรก็ตามควรดื่มอย่างจำกัดและไม่ควรดื่มไวน์แต่เพียงอย่างเดียว  อาจไม่จำเป็นต้องบริโภคไวน์โดยการดื่มอย่างเดียวเท่านั้น คุณยังสามารถนำไวน์ไปผสมลงในอาหารหรือการเตรียมเป็นซอสเพื่อรับประทานเป็นมื้อเย็นและยังคงไเป็นด้ประโยชน์เหมือนเดิม ไวน์แดงยังมีประโยชน์ด้านสุขภาพอื่นๆอีกเช่น รักษาอาการปวดหัว ลดแคลลอรี่ที่รับประทานเข้าไปโ้วยการลดความอยากอาหาร และอื่นๆ  หากคุณเป็นนักดื่มไวน์ตัวยงคุณก็ยังสามารถใช้มันเพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพด้วยการบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ ยังมีอีกหลายวิธีในการอยู่อย่างสุขภาพดีได้ คนที่ชอบดื่มไวน์ก็ยังสามารถดื่มต่อไปได้และทำให้แน่ใจว่ามันจะดีขึ้น มีขีวิตที่ปราศจากโรคภัย

ไวน์ผลไม้มีอะไรบ้าง

ปัจจุบันนี้ไวน์ผลไม้ส่วนใหญ่จะเป็นไวน์ที่เราเรียกกันว่า “เทเบิ้ลไวน์” เป็นไวน์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ที่ได้จากการหมักโดยเชื้อยีสต์ที่มีความบริสุทธิ์ ร้อยละ 10-12 โดยปริมาตร   ความหวานแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ ไวน์หวาน หรือที่เรียกว่า Simi-dry wine และไวน์ไม่หวานที่เรียกว่า Dry wine  ไวน์ผลไม้จะมีรสชาติที่ไม่เหมือนกัน แตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของผลไม้ที่นำมาผลิต เช่นไวน์ที่ทำมาจากองุ่นก็จะเรียกว่า “ไวน์องุ่น”  ผลไม้ทั่วๆไปที่นิยมนำมาทำไวน์ -ref=”https://ihealzy.com/strawberries-101/”>สตอเบอรี่ เผ็นผลไม้ที่มีกลิ่นหอม มีรสเปรี้ยวอมหวาน เหมะแก่การนำมาทำไวน์เป็นอย่างมาก การทำไวน์สตอเบอรี่มีขั้นตอนการทำไวน์คล้ายกับองุ่นแต่ระยะเวลาในการหมักหรือวัตุดิบที่เพิ่มเติมลงไปอาจมีความแตกต่างกันบ้าง -ลูกพีช เป็นผลไม้หอมหวาน มีกลิ่นหอม รสหวาน เมื่อเลือกนำมาทำไวน์จึงทำให้ให้มีกลิ่นและรสชาติที่ดีมาก เหมาะแก่การทำสปาร์คกลิ้งไวน์หรือไวน์มีฟอง ได้เป็นไวน์ที่มีความซ่า -สัปปะรด มานำมาทำเป็นไวน์ขาว มีรสชาติออกเปรี้ยวนำหวาน ให้ความสดชื่นและรสชาติดี -มะเกียงและมะเม่า นำมาทำเป็นไวน์แดงที่มีคุณภาพดี มีรสชาติท่ดีเยี่ยมและมีกลิ่นเฉพาะตัว มีสีแดงเข้ม นอกนั้นยังให้คุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย

ไวน์แดงสรรพคุณ

ไวน์แดงเมื่อดื่มในปริมาณที่พอเหมาะจะเกิดประโยชน์ต่อร่างกายได้ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจหรือโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือด รวมถึงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในไวน์แดงยังมีสารโปรแอนโทไซยานิดิน ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง และมีแทนนินชนิดเข้มข้นอีกด้วย สิ่งที่อยู่ในไวน์แดงที่ไม่ใช่น้ำและแอลกอฮอล์นั้นจะมีสารโพลีฟีนอล เป็นสารที่ดีต่อสุขภาพ ช่วนต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง ลดระดับคอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด ช่วยทำให้ระบบภูมิต้านทานดีขึ้น ต้านแบคทีเรีย ไวรัส ป้องกันฟันผุ ไวน์แดงมีซัลไฟต์น้อยกว่าไวน์ขาว เนื่องจากตามหลักทางเคมีไวน์แดงมีแนวโน้มที่จะมีความเสถียรทางเคมีมากกว่าไวน์ขาว ซึ่งสารซัลไฟต์นั้นเป็นสารที่ช่วยรักษาคุณสมบัติของไวน์ในกระบวนการผลิต เพื่อทำให้ไวน์มีรสชาติสดใหม่เสมอ ไม่มีกลิ่นบูด ไวน์แดงอยู่ได้นานและทนกว่าไวน์ขาว เพราะมีพิกเมนต์สีและมีแทนนินที่สูงกว่า ส่งผลให้ไวน์แดงสงวนคุณภาพของไวน์ไว้ได้ดีกว่า

ใครที่ไม่ควรดื่มไวน์

แม้ว่าการบริโภคไวน์ในระดับปานกลางจะถือว่าปลอดภัยและยังเกี่ยวข้องกับประโยชน์ต่อสุขภาพบางประการสำหรับผู้ใหญ่จำนวนมาก แต่ก็มีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงไวน์ด้วย สิ่งสำคัญที่ควรทราบก็คือ ความอดทนและสภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน ดังนั้นจึงแนะนำให้ปรึกษากับผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะบุคคล กลุ่มคนที่ควรพิจารณางดเว้นจากไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ ได้แก่
  • สตรีมีครรภ์:การบริโภคแอลกอฮอล์ในระหว่างตั้งครรภ์ รวมทั้งไวน์ อาจทำให้เกิดอาการแอลกอฮอล์ในครรภ์ (FAS) และปัญหาพัฒนาการอื่นๆ ได้ ขอแนะนำให้สตรีมีครรภ์หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยสิ้นเชิง
  • บุคคลที่มีอายุต่ำกว่าอายุที่สามารถดื่มได้ตามกฎหมาย:ในประเทศส่วนใหญ่ อายุที่สามารถดื่มได้ตามกฎหมาย โดยทั่วไปจะกำหนดไว้ที่ 18  ผู้เยาว์ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งไวน์ เนื่องจากร่างกายและสมองยังคงพัฒนาอยู่
  • บุคคลที่มีประวัติโรคพิษสุราเรื้อรังหรือสารเสพติด:ผู้ที่มีประวัติโรคพิษสุราเรื้อรังหรือสารเสพติดควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยสิ้นเชิงเพื่อป้องกันการกำเริบของโรคหรือทำให้อาการแย่ลง
  • บุคคลที่มีอาการป่วยบางอย่าง:ผู้ที่มีอาการป่วยบางอย่าง รวมถึงโรคตับ ตับอ่อนอักเสบ โรคกระเพาะ โรคหัวใจบางประเภท และยาบางชนิดที่มีปฏิกิริยาเชิงลบกับแอลกอฮอล์ ควรหลีกเลี่ยงไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ
  • ผู้ที่รับประทานยา:ยาบางชนิดอาจมีปฏิกิริยาเชิงลบกับแอลกอฮอล์ ส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงหรือลดประสิทธิภาพของยา ปรึกษากับผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพหรือเภสัชกรเพื่อตรวจสอบว่าการบริโภคไวน์ปลอดภัยในขณะที่รับประทานยาบางชนิดหรือไม่
  • บุคคลที่มีปัญหาสุขภาพจิต:แอลกอฮอล์อาจทำให้อาการทางจิตรุนแรงขึ้น เช่น ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และโรคไบโพลาร์ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเกี่ยวกับการใช้แอลกอฮอล์หากคุณมีอาการดังกล่าว
  • บุคคลที่มีอาการแพ้หรือแพ้ง่าย:บางคนอาจมีอาการแพ้หรือแพ้ส่วนประกอบบางอย่างในไวน์ เช่น ซัลไฟต์ หากคุณทราบว่ามีอาการแพ้หรือแพ้ง่าย ให้เลือกไวน์ที่ระบุว่าปราศจากซัลไฟต์หรือปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้
  • ผู้ติดสุรา:แม้แต่บุคคลที่สำเร็จโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพแอลกอฮอล์ก็อาจต้องหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์โดยสิ้นเชิงเพื่อป้องกันการกำเริบของโรค
  • ยานพาหนะหรือเครื่องจักรที่ใช้งานส่วนบุคคล:ห้ามดื่มไวน์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใดๆ ก่อนใช้งานยานพาหนะ เครื่องจักรกลหนัก หรือกิจกรรมใดๆ ที่ต้องใช้สมาธิและการประสานงาน แอลกอฮอล์ทำให้การตัดสินใจและทักษะการเคลื่อนไหวลดลง
สิ่งสำคัญคือต้องดื่มไวน์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอเหมาะ คำจำกัดความของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับปานกลางอาจแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปจะพิจารณาถึงไวน์ไม่เกินหนึ่งแก้ว  ต่อวันสำหรับผู้หญิง และไม่เกินสองแก้วสำหรับผู้ชาย หากคุณมีความกังวลว่าไวน์เหมาะสมกับสถานการณ์ส่วนบุคคลของคุณหรือไม่ โปรดปรึกษาผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพหรือผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำที่ปรับให้เหมาะสมได้

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

  • https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/heart-disease/in-depth/red-wine/art-20048281
  • https://www.healthline.com/nutrition/benefits-of-wine
  • https://www.medicalnewstoday.com/articles/265635
แจ้งให้ทราบ
guest
0 ความคิดเห็น
การตอบรับแบบอินไลน์
ดูความคิดเห็นทั้งหมด