ปากแตก (Cracked Mouth) : อาการ สาเหตุ การรักษา

ผู้เขียน Dr. Wikanda Rattanaphan
0
ปากแตก
ริมฝีปากแตกหรือปากแตก (Cracked Mouth) คือภาวะของริมฝีปากแห้ง อาการปากแตกสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่:
  • สภาพอากาศ
  • เลียริมฝีปากบ่อยเกินไป
  • การใช้ยาบางชนิด
ปากแตกเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทั่วไป ในบางกรณีอาจมีอาการรุนแรง ซึ่งจะเรียกว่า “ปากนกกระจอก”  มีสาเหตุจากการติดเชื้อทำให้มีอาการผิวแตกแห้งที่มุมปาก  ปากแตกสามารถรักษาหรือป้องกันได้ง่าย แต่หากยังมีอาการที่ต่อเนื่องและรุนแรงควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อขอคำแนะนำในการรักษาต่อไป 

อาการของปากแตก

ปากแตกจะเกิดขึ้นบริเวณรอบๆ ริมฝีปาก โดยแสดงอาการดังต่อไปนี้ :
  • ริมฝีปากแห้ง
  • มีสะเก็ดหลุดลอก
  • เป็นขุย หรือเป็นเกล็ด
  • เจ็บ 
  • บวม
  • มีรอยแตก
  • มีเลือดออกที่ริมฝีปาก

สาเหตุของอาการปากแตกเกิดจากอะไร

ริมฝีปากของเราไม่มีต่อมน้ำมันเหมือนผิวหนังส่วนอื่นๆ จึงมีโอกาสที่จะแห้งและแตกได้ง่าย การขาดความชุ่มชื้นของริมฝีปากจะทำให้อาการหนักยิ่งขึ้น ทั้งจากสภาพอากาศที่แห้ง หรือการขาดความเอาใจใส่ดูแลของเราเอง  ความชื้นที่ลดลงเพียงเล็กน้อยในช่วงฤดูหนาว เป็นสาเหตุของปากแตกได้ รวมทั้งการอยู่กลางแดดร้อนก็เป็นสาเหตุทำให้อาการปากแตกแย่ลงได้ สาเหตุที่พบบ่อยอีกอย่างหนึ่งคือนิสัยชอบเลียริมฝีปาก เมื่อน้ำลายที่เคลือบริมฝีปากแห้งจะทำให้ปากเราแตกยิ่งขึ้นในภายหลัง

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดอาการปากแตก

ทุกคนมีโอากาสปากแตกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคนๆ นั้นมีผิวแห้ง การใช้ยาบางชนิดเป็นเวลานาน จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการปากแตก  ยาและอาหารเสริมที่ทำให้เกิดอาการปากแตก มีดังนี้:
  • วิตามิน A vitamin A
  • เรตินอยด์ (Retin-A, Differin)
  • ลิเทียม (ส่วนใหญ่ใช้รักษาโรค ไบโพลาร์)
  • ยาเคมีบำบัดต่างๆ 
คนที่มีภาวะขาดน้ำและขาดสารอาหาร มักมีโอกาสปากแห้งแตกได้มากกว่าคนทั่วไป และหากมีภาวะเหล่านี้เป็นสาเหตุ ควรรีบพบแพทย์ เพราะภาวะขาดน้ำและขาดสารอาหารเป็นภาวะร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

ควรจะไปพบแพทย์เมื่อใด

เป็นปากนกกระจอก (Cheilitis)

หากดูแลรักษาด้วยตัวเองระยะหนึ่งแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์ผิวหนัง ปากนกกระจอกมักเป็นสาเหตุของอาการปากแตก การสังเกตว่าเป็นปากนกกระจอกหรือไม่จะพิจารณาจากการมีรอยแตกที่ผิวของมุมปากและมีรอยแตกเกิดขึ้นที่ริมฝีปากหลายรอย เมื่อเป็นปากนกกระจอก ริมฝีปากจะมีอาการดังนี้:
  • เป็นสีชมพูเข้มหรือสีแดง 
  • แตกเป็นก้อนๆ 
  • เป็นแผลอักเสบ
  • ลอกเป็นแผ่นนูนหนาสีขาว
โรคปากนกกระจอกมักเกิดจากการติดเชื้อและอักเสบ เช่นโรค Crohn เป็นต้น การได้รับบาดเจ็บทางทันตกรรม หรือการที่ร่างกายผลิตน้ำลายมากเกินไปอาจทำให้อาการปากแตกกลายเป็นโรคปากนกกระจอก เชื้อโรคอาจจะเข้าไปในช่องระหว่างรอยแตกของริมฝีปากและทำให้ติดเชื้อได้ การจัดฟัน ใส่ฟันปลอม เด็กที่ดูดจุกหลอก สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดโรคปากนกกระจอกขึ้นได้

การขาดน้ำและขาดสารอาหาร

ปากแตกอาจเกิดจากการภาวะขาดน้ำหรือการขาดสารอาหาร  ภาวะขาดน้ำจะแสดงให้เห็นด้วยอาการดังนี้: คนที่มีภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงจะทำให้ความดันโลหิตต่ำ มีไข้ หายใจถี่เร็ว หัวใจเต้นเร็ว  ในภาวะขาดสารอาหาร จะมีอาการหลายอย่างที่คล้ายกับภาวะขาดน้ำ แต่จะมีอาการเหล่านี้เพิ่มเข้ามาด้วย เช่น: ภาวะขาดสารอาหารเกิดจากการขาดวิตามิน ดังนั้น ผู้ที่ควบคุมอาหาร หรือเลือกรับประทานอาหาร เช่นการทานมังสวิรัติ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า ได้รับวิตามินที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ผู้ที่ติดสุรา หรือดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป มีโอกาสเป็นโรคขาดสารอาหารได้สูง เนื่องจากแอลกอฮอล์จะไปยับยั้งการดูดซึมวิตามินของร่างกาย นำไปสู่ภาวะขาดสารอาหาร  ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคขาดสารอาหารสูงกว่าวัยอื่น เนื่องจากผู้สูงอายุมีภาวะการอยากรับประทานอาหารน้อยกว่าคนวัยอื่น หากสงสัยว่าเป็นโรคขาดน้ำหรือขาดสารอาหาร ควรพบแพทย์ทันที

การรักษาอาการปากแตก

โดยทั่วไป วิธีรักษาปากแตกสามารถดูแลรักษาได้หายได้เองที่บ้าน เบื้องต้นควรตรวจสอบและทำให้ริมฝีปากของเรามีความชุ่มชื้นเพียงพอ โดยวิธีการดังนี้:
  • ทาลิปบาล์มตลอดวัน
  • ดื่มน้ำมากๆ ใช้เครื่องทำความชื้นที่บ้าน (ในกรณีอยู่ในพื้นที่มีอากาศแห้ง)
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่อากาศหนาวเย็น หากเลี่ยงไม่ได้ให้ใช้ผ้าพันคอปิดบังบริเวณปากไว้ เพื่อป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้นที่ริมฝีปาก
แสงแดดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปากแตกได้ โดยเฉพาะในคนที่มีอายุมาก หากจำเป็นต้องอยู่กลางแจ้งควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไป ลิปบาล์มสามารถช่วยลดความชุ่มชื้นที่จะระเหยออกจากริมฝีปากได้ และครีมกันแดดยังช่วยลดการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิวหนัง ซึ่งมีผลเกี่ยวเนื่องไปถึงริมฝีปากด้วย

สัญญาณอันตรายของปากแตก

ปากแตกหรือแตก โดยเฉพาะที่มุมริมฝีปาก อาจบ่งบอกถึงอาการโรคปากนกกระจอก  ภาวะนี้มักมีอาการอักเสบ แดง แห้ง และแตกที่มุมปาก บางครั้งมันอาจจะเจ็บปวดและไม่สบายตัว โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบเชิงมุมสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่:
  • ปากมีความชื้นมากเกินไป:หากน้ำลายติดอยู่ที่มุมปาก จะสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ชื้นซึ่งกระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียหรือเชื้อราได้
  • การติดเชื้อ: การติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราอาจทำให้เกิดมุมปากแตกได้
  • ภาวะโภชนาการบกพร่อง:การขาดวิตามินบางชนิด เช่น วิตามินบี (โดยเฉพาะบี 2 บี 3 และบี 12) และธาตุเหล็ก อาจทำให้เกิดปัญหาผิวหนังได้ รวมถึงรอยแตกที่มุมปาก
  • ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ:ระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอสามารถทำให้คุณเสี่ยงต่อการติดเชื้อและปัญหาผิวหนังได้มากขึ้น
  • ฟันปลอมหรือเหล็กจัดฟัน:ฟันปลอมหรือเหล็กจัดฟันที่ใส่ไม่พอดีอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและความชื้นสะสม ส่งผลให้เกิดโรคปากนกกระจอก
  • น้ำลายมากเกินไป:การเลียริมฝีปากหรือมุมปากอย่างต่อเนื่องสามารถดึงน้ำมันและความชื้นตามธรรมชาติออกไป ทำให้ผิวเสี่ยงต่อการที่ปากแตกมากขึ้น
หากอาการนี้เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ สิ่งสำคัญคือต้องจัดการทันทีเพื่อป้องกันอาการไม่สบายและภาวะแทรกซ้อนเพิ่มเติม นอกจากนี้ การปฏิบัติตามสุขอนามัยในช่องปากที่ดีและการรักษาโภชนาการที่เหมาะสมสามารถส่งผลต่อสุขภาพผิวโดยรวม และช่วยป้องกันการเกิดซ้ำของโรคปากนกกระจอก

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

  • https://www.webmd.com/oral-health/angular-cheilitis
  • https://www.medicalnewstoday.com/articles/320053

เนื้อหาและรีวิวมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดย Bupa team

แจ้งให้ทราบ
guest
0 ความคิดเห็น
การตอบรับแบบอินไลน์
ดูความคิดเห็นทั้งหมด