ภาวะเลือดออกในช่องลูกตาด้านหน้า (Hyphema) คือ การรวมตัวหรือการสะสมของเลือดภายในช่องด้านหน้าของดวงตา (ช่องว่างระหว่างกระจกตา และม่านตา) เลือดอาจปกคลุมม่านตาส่วนใหญ่หรือทั้งหมด ทำให้การมองเห็นไม่ชัดบางส่วน หรือทั้งหมด หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาจะทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นที่ถาวรได้ เลือดออกในช่องลูกตาด้านหน้ามักเกิดจากการบาดเจ็บที่ดวงตาและมาพร้อมกับความดันในลูกตาที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามอาจปรากฏขึ้นโดยกะทันหันในเด็กที่มีอาการป่วยอื่นๆ เช่น โรคโลหิตจางชนิดเคียว หรือฮีโมฟีเลีย เป็นต้น จำเป็นต้องไปพบแพทย์ทันทีหากเกิดเลือดออกในช่องลูกตาด้านหน้า วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันเลือดออกในช่องลูกตาด้านหน้า คือก ารสวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตาเมื่อเล่นกีฬา และอย่าทำแผลที่ตา แม้ว่าจะไม่มีเลือดออกก็ตาม ให้ไปพบจักษุแพทย์เท่านั้น อาการปวดตาบ่งบอกถึงโรคอะไร อ่านต่อที่นี่ Hyphema

อาการของเลือดออกในช่องลูกตาด้านหน้า

อาการของเลือดออกในช่องลูกตาด้านหน้านั้นไม่ซับซ้อน ได้แก่อาการต่อไปนี้
  • เลือดที่มองเห็นได้
  • ตาแพ้แสง
  • ความเจ็บปวด
  • ตามัว ขุ่นมัว หรือมองเห็นได้ไม่ชัดเจน

การวินิจฉัย Hyphema 

แพทย์ของจะซักถามเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์โดยละเอียดก่อน เพื่อดูว่าคุณเพิ่งได้รับบาดเจ็บที่ตา หรือหากคุณมีอาการอื่น ๆ ที่อาจทำให้เลือดออกในตาได้หรือไม่ หลังจากทำการตรวจสอบบริเวณดวงตาแล้ว แพทย์จะวินิจฉัยด้วยวิธีต่อไปนี้
  • การตรวจตาแบบครบวงจร เพื่อทดสอบความสามารถในการมองเห็นของคุณ
  • ตรวจความดันตา
  • การตรวจภายในลูกตาด้วยกล้องจุลทรรศน์ชนิดพิเศษที่เรียกว่า Slit lamp
  • สแกน CT scan เพื่อตรวจหาการแตกหักของเบ้าตา

สาเหตุทำให้เกิด Hyphema คือ

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของเลือดออกในช่องลูกตาด้านหน้า คือ การบาดเจ็บที่ตา ซึ่งมักเกิดจากการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา อุบัติเหตุที่บ้าน หรือที่ทำงาน หรือการหกล้ม หรือสาเหตุอื่นๆ ดังต่อไปนี้
  • หลอดเลือดผิดปกติบนม่านตา
  • ตาอักเสบจากไวรัสเริม
  • ปัญหาการแข็งตัวของเลือด เช่น ฮีโมฟีเลีย และโรคโลหิตจางเซลล์เคียว
  • ปัญหาเกี่ยวกับคอนแทคเลนส์
  • มะเร็งตา

การรักษาภาวะเลือดออกในช่องลูกตาด้านหน้า

กรณีที่เลือดออกในช่องลูกตาด้านหน้าไม่รุนแรง สามารถหายเองได้ในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ คุณสามารถรักษาอาการปวดใดๆ ที่คุณพบได้ด้วยยาแก้ปวดที่จำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป แต่ห้ามใช้แอสไพริน ควรหลีกเลี่ยงแอสไพริน เพราะมันทำให้เลือดออกเพิ่มขึ้น แพทย์จะพิจารณาการรักษาด้วยปัจจัยต่อไปนี้
  • อายุ สุขภาพโดยรวม และประวัติการรักษา
  • ลักษณะการบาดเจ็บ
  • การตอบสนองต่อยา
  • ความเห็นส่วนตัว
เมื่อแพทย์ฃได้รวบรวมข้อมูลนี้แล้ว แพทย์จะสามารถเลือกวิธีการรักษาต่อไปนี้
  • ยาหยอดตา (ยาหยอดต าเพื่อลดการอักเสบ หรือยาหยอดตา เพื่อช่วยในความเจ็บปวด)
  • ปิดดวงตาที่ได้รับผลกระทบ
  • จำกัดการใช้งานดวงตา
  • เมื่อนอนยกศีรษะสูงอย่างน้อย 40 องศา (เพื่อช่วยให้ร่างกายหยุดการไหลของเลือด)
  • ตรวจความดันตาทุกวัน
กระจกตาอักเสบ อันตรายหรือไม่อ่านต่อได้ที่นี่

ภาวะแทรกซ้อนของเลือดออกในช่องลูกตาด้านหน้า

ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงที่สุดอย่างหนึ่งของเลือดออกในช่องลูกตาด้านหน้า คือ ความดันตาที่เพิ่มขึ้น หากเลือดออกในช่องลูกตาด้านหน้าส่งผลให้ความดันตาสูงจนเป็นอันตราย แพทย์อาจทำการผ่าตัดเอาเลือดส่วนเกินออก เกณฑ์ความดันลูกตาจะลดลงในกรณีที่เป็นผู้ป่วยโรคเซลล์เคียว ความดันในดวงตาเพิ่มขึ้นเนื่องจากเลือดจากเลือดออกในช่องลูกตาด้านหน้าสามารถอุดตันช่องทางระบายน้ำของดวงตาได้ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายระยะยาวที่เกี่ยวข้องกับโรคต้อหิน โรคต้อหินเป็นภาวะผิดปกติถาวรตลอดชีวิตที่ต้องได้รับการรักษาอย่างจริงจัง โดยปกติแพทย์จะตรวจสอบช่องระบายน้ำตาดูเพื่อดูว่าเกิดความเสียหายในระยะยาวหรือไม่ จากนั้นพวกเขาจะตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษาต่อไป เพื่อให้มีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย กินสิ่งนี้ดีต่อสายตา อ่านต่อที่นี่
แจ้งให้ทราบ
guest
0 ความคิดเห็น
การตอบรับแบบอินไลน์
ดูความคิดเห็นทั้งหมด