ประโยชน์ของแอปเปิ้ล (Health Benefits of Apple)

แอปเปิ้ล (Apple) เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่ผลไม้ทั่วไป แอปเปิ้ลอุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย นอกจากนี้ยังทำให้รู้สึกอิ่มและมีแคลลอรี่ต่ำ งานวิจัยพบว่าการทานแอปเปิ้ลมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง โดยปกติมักทานแอปเปิ้ลแบบสด นอกจากนี้แอบเปิ้ลยังสามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนูและนำมาดื่มเป็นน้ำผลไม้ได้ ทั้งนี้แอปเปิ้ลมีหลายพันธุ์ ขนาดและหลากหลายสี

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสารอาหาร

สารอาหารของแอปเปิ้ลดิบที่ไม่ปลอกเปลือก ผลขนาดกลาง น้ำหนัก 100 กรัม
  • แคลอรี่: 52
  • น้ำ: 86%
  • โปรตีน: 0.3 grams
  • คาร์โบไฮเดรต : 13.8 grams
  • น้ำตาล : 10.4 grams
  • ไฟเบอร์ : 2.4 grams
  • ไขมัน : 0.2 grams

คาร์โบไฮเดรตในแอปเปิ้ล

แอปเปิ้ลประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตและน้ำเป็นหลัก อุดมไปด้วยน้ำตาลทั่วไปอย่างเช่นฟรุตโตส ซูโคสและกลูโคส แม้ว่ามีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลสูง แต่ค่าดัชนีน้ำตาลของแอปเปิ้ลอยู่ในระดับต่ำ โดยมีค่าระหว่าง 20-44  ค่าดัชนีน้ำตาลเป็นการวัดค่าว่าอาหารมีผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นหรือไม่ หลังจากทานอาหารเข้าไป ค่าดัชนีน้ำตาลที่ต่ำเกี่ยวข้องกับประโยชน์ต่อสุขภาพที่หลากหลาย เนื่องจากมีปริมาณไฟเบอร์และสารต้านอนุมูลอิสระฟีนอลสูง ผลไม้ชนิดนี้จึงมีค่า GI ต่ำ

ไฟเบอร์

แอปเปิ้ลอุดมไปด้วยไฟเบอร์หรือเส้นใยอาหาร โดยแอปเปิ้ลขนาดกลางน้ำหนัก 100 กรัม ประกอบไปด้วยสารอาหารประมาณ 4 กรัม คิดเป็น 17% ของปริมาณสารอาหารที่ควรรับประทานต่อวัน สัดส่วนของไฟเบอร์หรือใยอาหารในแอปเปิ้ลมีทั้งในรูปแบบที่ละลายได้และละลายไม่ได้ สำหรับใยอาหารที่ละลายน้ำได้มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง ในขณะที่ใยอาหารบางส่วนเป็นประโยชน์ต่อแบคทีเรียในลำไส้ของคุณ นอกจากนี้ไฟเบอร์ยังช่วยทำให้อิ่มนานและลดน้ำลดลงได้ อีกทั้งยังมีระดับน้ำตาลต่ำและช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร กล่าวโดยสรุปคือแอปเปิ้ลทำมาจากคาร์โบไฮเดรตและน้ำเป็นหลัก นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ที่ทำให้ระดับน้ำตาลสมดุลและสุขภาพของลำไส้ดี

วิตามินและเกลือแร่

แอปเปิ้ลประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย แม้ว่าจะมีปริมาณน้อย แต่แอปเปิ้ลยังคงเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยวิตามินซี
  • วิตามินซีหรือเรียกอีกชื่อว่ากรดแอสคอร์บิค วิตามินชนิดนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระบวนการต้านอนุมูลอิสระและยังเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการทำงานที่สำคัญของร่างกาย
  • โพแทสเซียมเป็นแร่ธาตุหลักในแอบเปิ้ล อย่างไรก็ตามโพแทสเซียมเป็นประโยชน์ต่อหัวใจ เมื่อบริโภคในปริมาณมาก
กล่าวโดยสรุปส่วนใหญ่แอปเปิ้ลอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกาย ไม่เพียงเท่านั้นยังมีวิตามินและโพแทสเซียมจำนวนมากอีกด้วย

ส่วนประกอบทางเคมีในพืชชนิดอื่น

แอปเปิ้ลมีส่วนประกอบทางเคมีที่ช่วยในกระบวนการต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน ได้แก่
  • ควอซิทิน (Quercetin) เป็นสารอาหารที่พบได้ในพืชหลากหลายชนิด ซึ่งควอซิทินมีสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านไวรัส เชื้อมะเร็งและบรรเทาอาการซึมเศร้า โดยผลลัพธ์ดังกล่าวพบในการทดลองกับสัตว์
  • แคทิซีน (Catechin) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบได้ในธรรมชาติ นอกจากนี้ยังพบในชาเขียวจำนวนมาก จากงานวิจัยในสัตว์พบว่าสารอาหารชนิดนี้ทำให้การทำงานของสมองและกล้ามเนื้อดีขึ้น
  • กรดคลอโรจินิก สารชนิดนี้สามารถพบได้ในกาแฟ โดยสารคลอโรจินิกพบได้ในเลือดที่มีระดับน้ำตาลต่ำและทำให้น้ำหนักลดลงได้
แอปเปิ้ลอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิด ได้แก่ ควอซิทิน แคทิซีน และกรดคลอโรจินิก ซึ่งสารเหล่านี้เป็นองค์ประกอบเป็นสารที่ทำให้แอปเปิ้ลมีประโยชน์ 

แอปเปิ้ลและการลดน้ำหนัก

คุณสมบัติ  2 ประการของแอปเปิ้ล ได้แก่มีใยอาหารสูงและปริมาณแคลอรี่ต่ำ ดังนั้นจึงเป็นอาหารที่ดีต่อการลดน้ำหนัก การทานแอปเปิ้ลช่วยลดปริมาณแคลอรี่ที่คุณทานในแต่ละวันและช่วยให้น้ำหนักลดลงในระยะยาวได้ งานวิจัยที่ใช้เวลาทดลอง 12 อาทิตย์ กำหนดให้ผู้หญิงทานแอปเปิ้ลที่มีผลขนาดใหญ่ (300 กรัม) ต่อวัน ตลอดทั้งการวิจัยพบว่าเธอสามารถลดน้ำหนักลงได้ 2.9 ปอนด์ (1.3 กรัม)  เนื่องด้วยเหตุนี้ แอปเปิ้ลจึงมีประโยชน์หากนำมาเพิ่มเข้าในอาหารเพื่อลดน้ำหนัก โดยเฉพาะการทานแอปเปิ้ลระหว่างมื้ออาหารหรือหลังทานอาหาร  กล่าวโดยสรุปได้ว่า แอปเปิ้ลเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อการลดน้ำหนักมากเนื่องจากมีใยอาหารสูงและปริมาณแคลอรี่ที่ต่ำ

ประโยชน์ต่อสุขภาพของแอปเปิ้ล

ควบคุมระดับน้ำตาลและโรคเบาหวานชนิดที่ 2

มีหลักฐานบางงานวิจัยพบว่าการทานแอปเปิ้ลช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและป้องกันโรคเบาหวานได้ นอกจากนี้สารต้านอนุมูลอิสระบางชนิดในแอปเปิ้ลยังช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและการย่อยอาหาร ในงานวิจัยหนึ่งพบว่าผู้หญิงจำนวน 38,018 ราย ทานแอปเปิ้ล 1 ลูกหรือมากกว่าต่อวัน มีส่วนช่วยในการชะลอการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ 28%

คอเลสเตอรอลในเลือดและโรคหัวใจ

มีงานวิจัยมากมายที่ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวประสิทธิภาพของแอปเปิ้ลที่ส่งผลต่อปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ จากการศึกษาในหนูแฮมเตอร์พบว่า การทานแอปเปิ้ลสามารถช่วยลดระดับคอลเลสเตอรอลทั้งหมดและช่วยลดการอุดตันในเส้นเลือดสูงสุดถึง 48% จากการศึกษาในมนุษย์ของประเทศฟินแลนด์พยว่าการทานแอปเปิ้ลมากกว่า 1.9 ออนซ์ (54 กรัม) ต่อวัน ช่วยชะลอความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้ โดยเฉพาะความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจในผู้หญิง คิดเป็น 43% และในผู้ชาย 19%

ต้านโรคมะเร็ง

จากงานวิจัยในสัตว์พบว่าสารเคมีในพืชของแอปเปิ้ลช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งในปอดและลำไส้ใหญ่ได้ ซึ่งมีหลักฐานรับรองจากการวิจัยในมนุษย์เช่นกัน  นอกจากนี้ยังมีอีกงานวิจัยหนึ่งที่พบว่า ผู้ที่ทานแอปเปิ้ล 1 ผลหรือหลายผลต่อวันมีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งลดลง โดยมีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งลำไส้ลดลง 20% และมะเร็งเต้านมลดลง 18% ตามลำดับ

สรรพคุณแอปเปิ้ลแต่ละสี

ประโยชน์แอปเปิ้ลแดง 

แอปเปิ้ลแดงมีคุณสมบัติที่โดดเด่นโดยที่เปลือกของแอปเปิ้ลแดงนั้นมีสารแอนโทไซยานินอยู่ และสารนี้เป็นสารที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคมะเร็ง ชะลอความเครียดและชะลอวัย แต่ทั้งนี้ควรจะล้างแอปเปิ้ลให้สะอาดก่อน

ประโยชน์แอปเปิ้ลเขียว

แอปเปิ้ลเขียวนับว่าเป็นแอปเปิ้ลที่มีวิตามินซีสูงที่สุดในบรรดาแอปเปิ้ลสีอื่น ๆ และมีไฟเบอร์สูง และถูกนำมาใช้ลดน้ำหนักเพราะแอปเปิ้ลเขียวมีน้ำตาลน้อยและสามารถรับประทานเล่นเมื่อเกิดอาการหิวได้

ประโยชน์แอปเปิ้ลเหลือง

แอปเปิ้ลสีเหลืองช่วยบำรุงสายตา และล้างสารพิษจากตับได้เป็นอย่างดีและมีรสชาติหวานอร่อย

ปริมาณของแอปเปิ้ลที่ควรรับประทาน

ปริมาณแอปเปิ้ลที่แนะนำในแต่ละวัน เช่น ผักและผลไม้ส่วนใหญ่ อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอายุ เพศ ระดับกิจกรรม และความต้องการอาหารโดยรวมของแต่ละคน อย่างไรก็ตาม แนวทางทั่วไปสำหรับการบริโภคผลไม้ รวมถึงแอปเปิ้ล ก็คือตั้งเป้าให้ได้รับผลไม้อย่างน้อย 2 ถึง 4 หน่วยบริโภคต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ ข้อควรพิจารณาบางประการสำหรับการบริโภคแอปเปิล:
  • หนึ่ง หน่วยบริโภค:โดยทั่วไปแล้ว แอปเปิ้ลขนาดกลางหนึ่งลูกจะนับเป็นผลไม้หนึ่งหน่วยบริโภค แอปเปิ้ลขนาดกลางมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5 ถึง 3 นิ้วและให้สารอาหาร เส้นใย และน้ำตาลธรรมชาติที่สมดุล
  • ความหลากหลาย:การบริโภคผักและผลไม้หลากหลายชนิดเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่หลากหลาย แม้ว่าแอปเปิ้ลจะมีคุณค่าทางโภชนาการ แต่ก็ควรเป็นส่วนหนึ่งของการบริโภคผักและผลไม้ที่หลากหลาย
  • เป้าหมายด้านอาหาร:เป้าหมายด้านโภชนาการเฉพาะของคุณ เช่น การควบคุมน้ำหนัก สุขภาพโดยรวม หรือสภาวะสุขภาพที่เฉพาะเจาะจง อาจส่งผลต่อจำนวนแอปเปิ้ลที่คุณควรรับประทาน นักโภชนาการที่ลงทะเบียนสามารถให้คำแนะนำส่วนบุคคลได้
  • ไฟเบอร์:แอปเปิ้ลเป็นแหล่งใยอาหารที่ดีซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพทางเดินอาหารและสามารถช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มได้ การรวมแอปเปิ้ลไว้ในอาหารของคุณสามารถช่วยตอบสนองความต้องการไฟเบอร์ในแต่ละวันของคุณได้
  • น้ำตาลธรรมชาติ:แอปเปิ้ลมีน้ำตาลธรรมชาติ โดยส่วนใหญ่อยู่ในรูปของฟรุกโตส แม้ว่าน้ำตาลธรรมชาติจะกังวลน้อยกว่าน้ำตาลที่เติมเข้าไป แต่สิ่งสำคัญคือต้องปรับสมดุลการบริโภคน้ำตาลในแต่ละวันจากแหล่งต่างๆ
  • ปริมาณแคลอรี่:จำนวนแอปเปิ้ลที่คุณควรบริโภคอาจขึ้นอยู่กับความต้องการแคลอรี่ในแต่ละวันและปริมาณแอปเปิ้ลที่เหมาะกับอาหารโดยรวมของคุณ
  • การออกกำลังกาย:หากคุณออกกำลังกายมากและต้องการพลังงานมากขึ้น คุณอาจสามารถรวมแอปเปิ้ลเข้ากับอาหารของคุณได้
โปรดจำไว้ว่าคำแนะนำนั้นยืดหยุ่นได้ และความต้องการด้านอาหารของคุณอาจแตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือต้องสร้างอาหารที่สมดุลและหลากหลาย ซึ่งรวมถึงผักและผลไม้ เมล็ดธัญพืช โปรตีนไร้มัน และไขมันที่ดีต่อสุขภาพผสมกัน แอปเปิ้ลสามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและอร่อยได้  

บทสรุป

แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ รสชาติดี และเป็นผลยอดนิยม แม้ว่าจะอุดมไปด้วยวิตามินหรือแร่ธาตุบางส่วน แต่ยังเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยใยอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระ แอปเปิ้ลมีประโยชน์หลากหลาย ได้แก่ช่วยให้สุขภาพหัวใจแข็งแรงและลดความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งและเบาหวาน นอกจากนี้ยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

  • https://www.medicalnewstoday.com/articles/267290
  • https://www.webmd.com/food-recipes/benefits-apples
  • https://www.hsph.harvard.edu/nutritionsource/food-features/apples/
แจ้งให้ทราบ
guest
0 ความคิดเห็น
การตอบรับแบบอินไลน์
ดูความคิดเห็นทั้งหมด